โปรแกรม Regrowth คืออะไร?

โปรแกรม Regrowth ครอบคลุมการดูแลผิวหน้า เส้นผม และหนังศีรษะ โดยแบ่งเป็นโปรแกรม Regrowth Face และโปรแกรม Regrowth Hair ตามลักษณะปัญหา แพทย์จะพิจารณาสภาพผิว เส้นผม และหนังศีรษะ เพื่อวางแนวทางที่สอดคล้องกับความกังวลของผู้รับบริการ สำหรับกลุ่มเส้นผมจะเน้นรูปแบบการร่วง ความหนาแน่น และสภาพหนังศีรษะ ส่วนกลุ่มผิวหน้าจะพิจารณาคุณภาพผิว ลักษณะพื้นผิว และการเปลี่ยนแปลงที่ตรวจพบ ดังนั้นแนวทางและจำนวนครั้งจึงไม่ได้กำหนดเหมือนกันทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาและความเหมาะสมรายบุคคล
ประเภทของโปรแกรม Regrowth ที่ OPPA SKIN CLINIC
โปรแกรมแบ่งแนวทางการดูแลตามบริเวณและลักษณะของปัญหา โดยที่ OPPA SKIN CLINIC ให้บริการ 2 โปรแกรม ได้แก่โปรแกรม Regrowth Hair สำหรับเส้นผมและหนังศีรษะ และโปรแกรม Regrowth Face สำหรับผิวหน้า โดยแพทย์จะประเมินสภาพของแต่ละบริเวณก่อนพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม
โปรแกรม Regrowth Hair
ในทางการแพทย์ภาวะผมร่วงสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ภาวะโภชนาการ ความเครียด โรคประจำตัว การใช้ยาบางชนิดหรือความผิดปกติของหนังศีรษะ โปรแกรม Regrowth Hair เป็นแนวทางการดูแลสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือมีความกังวลเกี่ยวกับสภาพหนังศีรษะ โดยแพทย์จะประเมินรูปแบบของผมร่วง ตำแหน่งที่เส้นผมลดลง ลักษณะเส้นผม และสภาพหนังศีรษะร่วมกับประวัติสุขภาพของผู้รับบริการรายบุคคล
โปรแกรม Regrowth Face
ปัญหาผิวหน้าแต่ละลักษณะสามารถมีปัจจัยเกี่ยวข้องแตกต่างกัน ทั้งความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว การอักเสบ เม็ดสี รอยแผลเป็น หรือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวตามวัย โปรแกรม Regrowth Face จึงเป็นแนวทางดูแลสำหรับผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพผิวหน้า เช่น ผิวแห้ง ผิวไม่เรียบเนียน รอยจากสิว รูขุมขนที่มองเห็นชัด หรือการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิว ภาวะอักเสบ รวมถึงประวัติการใช้ผลิตภัณฑ์และหัตถการที่เคยได้รับเพื่อวางแผนดูแล
โปรแกรม Regrowth เหมาะกับใคร?
โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับผิวหน้า เส้นผม หรือหนังศีรษะ และต้องการให้แพทย์ประเมินลักษณะปัญหาและปัจจัยที่เกี่ยวข้องก่อนวางแผนการดูแล โดยเฉพาะผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
- ผู้ที่มีผมร่วง ผมบาง หรือสังเกตว่าความหนาแน่นของเส้นผมลดลง
- ผู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงของแนวผมหรือมีความกังวลเกี่ยวกับสภาพหนังศีรษะ
- ผู้ที่มีปัญหาคุณภาพผิว เช่น ผิวแห้ง ผิวไม่เรียบเนียน รอยจากสิว หรือรูขุมขนที่มองเห็นชัด
- ผู้ที่สังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัยและต้องการประเมินแนวทางดูแลที่เหมาะสม
ขั้นตอนของโปรแกรม Regrowth
ขั้นตอนของโปรแกรมเริ่มจาก แพทย์ประเมินลักษณะของผิว เส้นผม หรือหนังศีรษะ รวมถึงข้อมูลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงวางแผนตามประเภทของโปรแกรมและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้
- 01ซักประวัติและประเมินปัญหา : แพทย์สอบถามระยะเวลาที่เริ่มมีความกังวล โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ประวัติการแพ้ รวมถึงการรักษาหรือหัตถการที่เคยได้รับ
- 02ตรวจผิว เส้นผม หรือหนังศีรษะ : สำหรับโปรแกรม Regrowth Hair จะประเมินรูปแบบของผมร่วง ความหนาแน่นของเส้นผม และสภาพหนังศีรษะ ส่วนโปรแกรม Regrowth Face จะพิจารณาคุณภาพผิว ลักษณะพื้นผิว และความผิดปกติที่ตรวจพบ
- 03วางแผนการดูแล : แพทย์นำข้อมูลจากการตรวจมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อกำหนดแนวทาง บริเวณ และช่วงเวลาการดูแล โดยไม่ใช้แผนเดียวกันกับผู้รับบริการทุกคน
- 04ดำเนินการตามแผนที่ประเมินไว้ : เมื่อแพทย์พิจารณาแล้วว่าเหมาะสมจะเตรียมบริเวณและดำเนินการตามขั้นตอนของโปรแกรม Regrowth Hair หรือโปรแกรม Regrowth Face
- 05ให้คำแนะนำและติดตามผล : หลังรับโปรแกรมแพทย์จะแนะนำการดูแลตนเอง อาการที่ควรสังเกต และนัดติดตามเพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลง รวมถึงพิจารณาปรับแผนในครั้งถัดไปตามความเหมาะสม
ข้อมูลที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับโปรแกรม
- โรคประจำตัวและภาวะสุขภาพที่อยู่ระหว่างการรักษา
- ประวัติแพ้ยา แพ้ผลิตภัณฑ์ หรือเคยมีอาการผิดปกติจากหัตถการ
- ยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ รวมถึงวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- ประวัติความผิดปกติของเลือด การแข็งตัวของเลือด หรือเกล็ดเลือด
- ประวัติการรักษาหรือหัตถการบริเวณใบหน้า เส้นผม และหนังศีรษะ รวมถึงวันที่ทำครั้งล่าสุด
- ภาวะผื่น แผล การติดเชื้อ สิวอักเสบ หรือการอักเสบบริเวณที่จะรับโปรแกรม
- การตั้งครรภ์ การวางแผนตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- อาการผิดปกติอื่นที่เกิดขึ้นในช่วงใกล้วันนัด เช่น มีไข้ เจ็บป่วย หรือรู้สึกไม่สบาย
วิธีเตรียมตัวก่อนรับโปรแกรม Regrowth
- แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ใช้อยู่เป็นประจำ
- แจ้งประวัติการรักษา หรือหัตถการที่เคยได้รับบริเวณใบหน้า เส้นผม และหนังศีรษะ รวมถึงวันที่รับบริการครั้งล่าสุด
- หากมีผื่น แผล การติดเชื้อ สิวอักเสบ หรือการอักเสบบริเวณที่จะรับบริการ ควรแจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้ที่เข้ารับโปรแกรม Regrowth Hair ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมในปริมาณมากในวันนัด เพื่อให้แพทย์สามารถตรวจเส้นผมและหนังศีรษะได้ชัดเจน
- ผู้ที่เข้ารับโปรแกรม Regrowth Face ควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนา และแจ้งผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหรือยาทาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวระคายเคืองได้ง่าย
- พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารกับน้ำตามปกติ เว้นแต่แพทย์ให้คำแนะนำเฉพาะเป็นอย่างอื่น
- ไม่ควรหยุดยา ลดขนาดยา หรือปรับวิธีใช้ยาด้วยตนเอง โดยเฉพาะยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนทุกครั้ง
การดูแลตัวเองหลังรับโปรแกรม Regrowth
- หลีกเลี่ยงการจับ เกา กด หรือนวดบริเวณที่รับโปรแกรมโดยไม่จำเป็น
- รักษาความสะอาดของผิวหรือหนังศีรษะตามคำแนะนำที่ได้รับ
- ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหรือเส้นผมตามที่แพทย์แนะนำ และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองในช่วงแรก
- สำหรับโปรแกรม Regrowth Face ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ระคายเคืองจนกว่าแพทย์จะแนะนำให้กลับมาใช้ได้
- สำหรับโปรแกรม Regrowth Hair ควรหลีกเลี่ยงการเกาหนังศีรษะหรือใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่รบกวนบริเวณที่รับโปรแกรมในช่วงแรก
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัดและกิจกรรมที่ทำให้บริเวณที่รับโปรแกรมเกิดการเสียดสีหรือระคายเคืองมาก
- มาติดตามผลตามนัดเพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพผิว เส้นผม หรือหนังศีรษะ และพิจารณาแผนการดูแลในครั้งถัดไป
โปรแกรม Regrowth เห็นการเปลี่ยนแปลงเมื่อไร?
ระยะเวลาที่เริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงของโปรแกรม Regrowth ไม่สามารถกำหนดเป็นจำนวนวันเดียวกันได้ เนื่องจากโปรแกรม Regrowth Face และโปรแกรม Regrowth Hair มีบริเวณและกระบวนการตอบสนองของเนื้อเยื่อแตกต่างกัน รวมถึงขึ้นอยู่กับสภาพผิว เส้นผม หนังศีรษะ อายุ สุขภาพ และลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล สำหรับโปรแกรม Regrowth Face แพทย์ประเมินแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพผิวในช่วงประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ขึ้นไป และติดตามต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้ ส่วนโปรแกรม Regrowth Hair ต้องใช้เวลานานกว่าเนื่องจากเส้นผมมีวงจรการเจริญเติบโตของตัวเอง โดยทั่วไปจะสามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงประมาณ 3 – 6 เดือนหลังเข้ารับหัตถการ
ราคาเริ่มต้นของโปรแกรม Regrowth
ค่าบริการของโปรแกรมนี้จะแตกต่างกันตามประเภทของโปรแกรม บริเวณที่ดูแล และแผนที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม เนื่องจากโปรแกรม Regrowth Face และโปรแกรม Regrowth Hair มีรายละเอียดการดูแลและจำนวนครั้งที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
| โปรแกรม | ราคาเริ่มต้น |
|---|---|
| Regrowth Hair | 11,990 บาท |
| Regrowth Face | 7,990 บาท |
รีวิวก่อน – หลังทำโปรแกรม Regrowth
ตัวอย่างเลย์เอาต์ — รอภาพก่อน–หลังจริงจากคลินิก (4:5, 800×1000 px)






แนวทางของโปรแกรม Regrowth ที่ OPPA SKIN CLINIC
การดูแลโปรแกรม Regrowth ที่ OPPA SKIN CLINIC เริ่มจากการประเมินโดยแพทย์ เพื่อแยกความกังวลด้านผิวหน้าออกจากปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะ เนื่องจากแต่ละบริเวณมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องและแนวทางการดูแลแตกต่างกัน แพทย์จึงพิจารณาจากสิ่งที่ตรวจพบร่วมกับประวัติสุขภาพก่อนวางแผนในแต่ละราย
- ประเมินปัญหาก่อนเลือกแนวทาง โดยพิจารณาลักษณะผิว รูปแบบผมร่วง ความหนาแน่นของเส้นผม และสภาพหนังศีรษะ
- ซักประวัติสุขภาพอย่างละเอียด รวมถึงโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ประวัติแพ้ และการรักษาหรือหัตถการที่เคยได้รับ
- แยกการดูแลเป็นโปรแกรม Regrowth Face และโปรแกรม Regrowth Hair ตามบริเวณและลักษณะของความกังวล
- วางแผนเป็นรายบุคคล โดยไม่กำหนดวิธี จำนวนครั้ง หรือช่วงเวลาติดตามแบบเดียวกันสำหรับทุกคน
- ติดตามการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อประเมินแนวโน้มและพิจารณาปรับแผนเมื่อจำเป็น
- หากตรวจพบภาวะที่ควรได้รับการวินิจฉัยหรือรักษาเพิ่มเติม แพทย์จะให้คำแนะนำตามความเหมาะสมก่อนพิจารณาการดูแลในโปรแกรม Regrowth
สรุปโปรแกรม Regrowth
โปรแกรม Regrowth เป็นแนวทางการดูแลสำหรับผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับผิวหน้า เส้นผม และหนังศีรษะ โดยมีโปรแกรม Regrowth Face และโปรแกรม Regrowth Hair ฟื้นฟูตามบริเวณและลักษณะของปัญหา การวางแผนจะเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจสภาพผิว เส้นผม หรือหนังศีรษะ รวมถึงพิจารณาปัจจัยด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องในแต่ละราย ปัญหาผิวและเส้นผมไม่ได้มีสาเหตุเดียวกันทุกคน ดังนั้น แนวทางการดูแล จำนวนครั้ง และระยะเวลาติดตามจึงควรพิจารณาจากสิ่งที่แพทย์ประเมินก่อนการรักษาและการตอบสนองของแต่ละบุคคล
คำถามที่พบบ่อย
โปรแกรม Regrowth ใช้กับผมร่วงทุกประเภทหรือไม่?
โปรแกรมนี้ไม่สามารถใช้ได้กับผมร่วงทุกประเภท เนื่องจากผมร่วงมีหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน ภาวะผมร่วงระยะพัก ผมร่วงเป็นหย่อม หรือโรคของหนังศีรษะ ซึ่งใช้แนวทางดูแลแตกต่างกัน แพทย์จะประเมินรูปแบบผมร่วง สภาพหนังศีรษะ และประวัติสุขภาพก่อนในแต่ละบุคคล
ต้องตรวจเลือดก่อนรับโปรแกรมหรือไม่?
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน แพทย์จะพิจารณาจากประวัติสุขภาพ ลักษณะปัญหา ยาที่ใช้อยู่ และผลการตรวจเบื้องต้นก่อน หากมีปัจจัยที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับภาวะผมร่วงหรือสุขภาพโดยรวม เช่น ภาวะซีด ความผิดปกติของไทรอยด์ หรือภาวะขาดสารอาหารบางชนิด แพทย์จึงพิจารณาให้ตรวจเลือดเพิ่มเติมตามความจำเป็น
หลังรับโปรแกรมใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหรือไม่?
โดยทั่วไปสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัส แกะ เกา หรือนวดบริเวณที่รับโปรแกรม รวมถึงลดกิจกรรมหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวหรือหนังศีรษะระคายเคืองในช่วงแรก
โปรแกรม Regrowth ใช้แทนการรักษาโรคผมร่วงหรือโรคผิวหนังได้หรือไม่?
ไม่ใช้แทนการรักษาโรคผมร่วงหรือโรคผิวหนังโดยตรง หากแพทย์ตรวจพบภาวะที่มีสาเหตุจำเพาะ เช่น โรคของหนังศีรษะ การอักเสบ การติดเชื้อ หรือโรคผิวหนังบางชนิด จะให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยและรักษาสาเหตุนั้นก่อน โปรแกรม Regrowth จะพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดูแลเมื่อแพทย์ประเมินแล้วว่าเหมาะสมกับลักษณะปัญหาและสุขภาพของผู้รับบริการแต่ละราย
หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรสามารถรับโปรแกรม Regrowth ได้ไหม?
ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง หากอยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากความเหมาะสมขึ้นอยู่กับประเภทของโปรแกรม ขั้นตอนที่ใช้ และสุขภาพของผู้รับบริการในแต่ละราย
ผลจากโปรแกรม Regrowth อยู่ถาวรหรือไม่?
ไม่สามารถรับรองว่าผลจะคงอยู่ถาวรได้ เนื่องจากผิว เส้นผม และหนังศีรษะยังเปลี่ยนแปลงตามอายุ พันธุกรรม ฮอร์โมน สุขภาพ และพฤติกรรมการดูแลตนเอง
- 01โปรแกรม Regrowth คืออะไร?
- 02ประเภทของโปรแกรม Regrowth ที่ OPPA SKIN CLINIC
- 03โปรแกรม Regrowth เหมาะกับใคร?
- 04ขั้นตอนของโปรแกรม Regrowth
- 05ข้อมูลที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับโปรแกรม
- 06วิธีเตรียมตัวก่อนรับโปรแกรม Regrowth
- 07การดูแลตัวเองหลังรับโปรแกรม Regrowth
- 08โปรแกรม Regrowth เห็นการเปลี่ยนแปลงเมื่อไร?
- 09ราคาเริ่มต้นของโปรแกรม Regrowth
- 10รีวิวก่อน – หลังทำโปรแกรม Regrowth
- 11แนวทางของโปรแกรม Regrowth ที่ OPPA SKIN CLINIC
- 12สรุปโปรแกรม Regrowth
- 13คำถามที่พบบ่อย