ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร?
ฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็ม (Filling Substance) เป็นสารที่ใช้ฉีดเข้าใต้ผิวหนังเพื่อเติมเต็มร่องลึก ปรับรูปหน้า และเพิ่มมิติให้กับใบหน้าตามตำแหน่งที่แพทย์ประเมิน ส่วนใหญ่มีส่วนประกอบหลักคือกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสามารถผลิตได้เองตามธรรมชาติ และสามารถสลายไปเองตามระยะเวลา
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มีกี่ประเภท?
สารเติมเต็มสามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ เช่น แบ่งตามส่วนประกอบ ระยะเวลาคงอยู่ หรือคุณสมบัติของเนื้อผลิตภัณฑ์ โดยสามารถแบ่งตามส่วนประกอบหลักได้ดังนี้
สารเติมเต็มกลุ่มกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid – HA)
เป็นสารเติมเต็มชนิดสลายได้ มีลักษณะเป็นเนื้อเจลและมีคุณสมบัติช่วยอุ้มน้ำ จึงเป็นหนึ่งในสารเติมเต็มที่นิยมใช้ในปัจจุบัน โดยระยะเวลาคงอยู่ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ บริเวณที่ฉีด และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
สารเติมเต็มกลุ่มแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxylapatite: CaHA)
เป็นสารเติมเต็มชนิดสลายได้ที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มปริมาตรในช่วงแรก และมีกลไกที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงมีลักษณะการทำงานแตกต่างจากสารเติมเต็มกลุ่มกรดไฮยาลูรอนิก
สารเติมเต็มกลุ่มโพลี-แอล-แลคติก แอซิด (Poly-L-Lactic Acid: PLLA)
เป็นสารสังเคราะห์ที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยเน้นกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย การเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
สารเติมเต็มพอลิเมทิลเมทาคริเลต (Polymethylmethacrylate: PMMA)
เป็นสารเติมเต็มชนิดไม่สลาย ซึ่งร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้ทั้งหมด จึงมีข้อควรพิจารณาและข้อบ่งใช้เฉพาะ แตกต่างจากสารเติมเต็มชนิดสลายได้อย่าง HA, CaHA และ PLLA
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มเหมาะกับใคร
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ต้องพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล โดยแพทย์จะตรวจประเมินโครงสร้างใบหน้า สภาพผิว และความต้องการก่อนวางแผนการฉีด ซึ่งอาจเหมาะกับผู้ที่มีความกังวลดังต่อไปนี้
- ผู้ที่ต้องการเติมเต็มร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำตา
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีมิติมากขึ้น เช่น เสริมจมูก เสริมคาง
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มปริมาตรในบริเวณที่บางลงตามวัย เช่น ขมับ ใต้ตา
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงริมฝีปากให้ดูอิ่มขึ้น
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มสามารถใช้ดูแลได้หลายบริเวณ โดยแพทย์จะพิจารณาจากโครงสร้างใบหน้า ลักษณะของชั้นผิว สาเหตุของปัญหา และข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น บริเวณที่อาจพิจารณาฉีดฟิลเลอร์ ได้แก่

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก
การเติมสารเติมเต็มบริเวณนี้ แพทย์พิจารณาใช้เพื่อเติมเต็มบริเวณหน้าผากที่มีลักษณะแบน ยุบตัว หรือมีร่องบางส่วน เพื่อช่วยปรับความต่อเนื่องของแนวหน้าผากและสัดส่วนโดยรวมของใบหน้า โดยแพทย์จะประเมินรูปทรงหน้าผาก ชั้นเนื้อเยื่อ และตำแหน่งของหลอดเลือดก่อนวางแผนการฉีด
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ขมับ
เหมาะสำหรับผู้ที่มีบริเวณขมับตอบหรือยุบลง จนทำให้โหนกแก้มดูเด่นและใบหน้าดูแข็งกระด้าง การฉีดโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์บริเวณขมับช่วยเพิ่มปริมาตรในบริเวณที่ยุบและปรับสัดส่วนของใบหน้าส่วนบนให้ดูสมดุลขึ้น
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาและร่องน้ำตา
เพื่อช่วยเติมบริเวณร่องน้ำตาหรือใต้ตาที่มีลักษณะยุบตัว ช่วยให้รอยระหว่างเปลือกตาล่างหรือแก้มดูต่อเนื่องขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาใต้ตาคล้ำหรือถุงใต้ตาอาจเกิดจากหลายสาเหตุ จึงต้องประเมินก่อนว่าการฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับกรณีนั้นหรือไม่
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์โหนกแก้มและกลางใบหน้า
สารเติมเต็มใช้ในบริเวณนี้เพื่อเติมปริมาตรบริเวณโหนกแก้มหรือกลางใบหน้าที่ลดลง ปรับความสมูทระหว่างใต้ตา แก้ม และร่องแก้ม แพทย์จะประเมินสัดส่วนของใบหน้า รวมถึงเลือกชนิดของฟิลเลอร์ ชั้นที่ฉีด และปริมาณให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จมูก
เพื่อช่วยปรับแนวหรือสัดส่วนบางส่วนของจมูก เช่น ปรับสันจมูกให้ดูโด่งขึ้น ปรับสันจมูกให้ได้รูป หรือปรับปลายจมูกให้เชิดขึ้นเล็กน้อย โดยไม่ต้องการผ่าตัดเสริมจมูกและไม่มีเวลาพักฟื้น การฉีดโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เป็นเพียงอีกหนึ่งทางเลือก ทั้งนี้การฉีดฟิลเลอร์ไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างจมูกได้ทุกลักษณะและไม่ใช่สิ่งทดแทนการผ่าตัด การฉีดบริเวณจมูกต้องประเมินความเสี่ยงและตรวจสอบข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มลึก (Nasolabial Fold)
ร่องแก้มลึกเป็นปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุและเหนื่อยล้า การใช้สารเติมเต็มเป็นการช่วยเติมร่องที่ข้างจมูกลงมาถึงมุมปาก ทำให้ร่องดูตื้นลง ผิวบริเวณนั้นเรียบเนียนขึ้น
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง
เพื่อเติมปริมาตรหรือปรับสัดส่วนบริเวณคางในผู้ที่มีลักษณะคางสั้น คางตัด หรือคางถอยบางระดับ โดยแพทย์จะประเมินร่วมกับแนวกราม ริมฝีปาก และภาพด้านข้างของใบหน้า การฉีดฟิลเลอร์ช่วยปรับสัดส่วนได้ในบางกรณี แต่ไม่สามารถแก้ไขความผิดปกติของกระดูกหรือการสบฟันได้
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ร่องข้างปาก (Marionette Lines)
การเติมสารเติมเต็มเพื่อเติมร่องบริเวณมุมปากลงมาบริเวณคาง ช่วยให้ร่องดูตื้นลงตามความเหมาะสม โดยแพทย์จะประเมินร่วมกับปริมาตรแก้ม มุมปาก และโครงสร้างใบหน้าส่วนล่าง เพราะร่องบริเวณนี้อาจเกิดจากหลายปัจจัย
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปาก
ช่วยเพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปาก แก้ปัญหาปากบาง ปรับรูปทรงปากให้สวยงามตามต้องการ เช่น ทรงกระจับ หรือแก้ไขปัญหาริมฝีปากไม่เท่ากัน โดยแพทย์จะดูแลสัดส่วนของริมฝีปากให้สัมพันธ์กับรูปหน้าของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ยังสามารถเพิ่มความชุ่มชื้น และลดริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณริมฝีปาก
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์บริเวณนี้ช่วยปรับความชัดของแนวกรามและกรอบหน้า แต่ปัญหาของกรอบหน้าจะเหมาะกับการเติมสารเติมเต็มหรือไม่ ต้องผ่านการประเมินโครงสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อของแพทย์ร่วมด้วย
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เส้นคอ (Neck Lines)
เนื่องจากเส้นคออาจเกิดจากโครงสร้างผิว การเคลื่อนไหว และความหย่อนของเนื้อเยื่อ การฉีดสารเติมเต็มจึงช่วยดูแลร่องหรือเส้นที่ปรากฏขึ้นบริเวณลำคอ
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หลังมือ
เพื่อช่วยเติมปริมาตรบริเวณหลังมือที่ลดลง ทำให้แนวระหว่างผิว เส้นเอ็น และโครงสร้างใต้ผิวดูต่อเนื่องขึ้น
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มกี่วันถึงเห็นผลลัพธ์
โดยทั่วไปหลังฉีดสารเติมเต็มจะเริ่มเห็นผลลัพธ์เบื้องต้นได้ทันทีหลังทำหัตถการ ในระยะแรกอาจมีอาการบวม แดง รอยเข็ม หรือรอยช้ำ แต่ผลลัพธ์ที่คาดหวังปรากฏหลังจากอาการบวมยุบลงแล้ว ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ระยะเวลาที่แน่นอนขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด ชนิดของสารเติมเต็ม และการตอบสนองของร่างกายในแต่ละบุคคล
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มอยู่นานแค่ไหน?
ระยะเวลาคงอยู่ของฟิลเลอร์แตกต่างกันตามชนิดผลิตภัณฑ์ บริเวณที่ฉีด และการตอบสนองของแต่ละบุคคล โดยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่
- ชนิดและรุ่นของฟิลเลอร์
- บริเวณและชั้นที่ฉีด
- ปริมาณผลิตภัณฑ์
- การเคลื่อนไหวของบริเวณนั้น
- กระบวนการเผาผลาญของแต่ละบุคคล
- การดูแลหลังทำและปัจจัยด้านพฤติกรรม
โดยทั่วไปสารเติมเต็มชนิด HA มักอยู่ได้ประมาณ 6 – 24 เดือน ในบางตำแหน่งที่มีการเคลื่อนไหวน้อย เช่น คาง อาจอยู่ได้นานกว่าบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวมาก เช่น ริมฝีปาก
โปรแกรมฟิลเลอร์มีกี่ยี่ห้อ แต่ยี่ห้อไหนต่างกันอย่างไร?
ปัจจุบันสารเติมเต็มที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อมีคุณสมบัติและความเหมาะสมกับตำแหน่งการฉีดที่แตกต่างกัน เช่น
1. Belotero
เป็นแบรนด์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ใช้เทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) ที่ช่วยให้เนื้อสารเติมเต็มเนียนและกระจายตัวได้ดีในผิวหนัง เหมาะสำหรับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณที่ละเอียดอ่อน เช่น ใต้ตา ร่องแก้มตื้น และริ้วรอยเล็กน้อย ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและเนียนเรียบ โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับบริเวณและรุ่นของผลิตภัณฑ์
2. Neuramis
เป็นแบรนด์จากเกาหลีใต้ที่ได้รับความนิยมในเอเชีย มีหลายระดับความหนืด เป็นสารเติมเต็มที่ฉีดได้หลายบริเวณ ตั้งแต่ริ้วรอยตื้นไปจนถึงการปรับโครงหน้าและเสริมคาง โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6 – 12 เดือนสำหรับรุ่นสำหรับริ้วรอยตื้น และประมาณ 12 – 18 เดือนสำหรับรุ่นที่ใช้ปรับโครงหน้า
3. Restylane
เป็นแบรนด์จากสวีเดน มีหลายสูตรให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละบริเวณ เช่น Restylane Kysse สำหรับริมฝีปาก และ Restylane Lyft สำหรับแก้มและคาง
- Restylane Kysse (ปาก) โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 9 – 12 เดือน
- Restylane Lyft (แก้ม / คาง) โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 12 – 18 เดือน
- รุ่นอื่น ๆ โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด
4. Juvederm
เป็นแบรนด์จากสหรัฐอเมริกา ผลิตโดย Allergan ใช้เทคโนโลยี VYCROSS ที่ช่วยให้เนื้อสารเติมเต็มนุ่มนวลและยืดหยุ่น มีหลายรุ่นให้เลือก เช่น Juvederm Voluma สำหรับแก้มและคาง และ Juvederm Volbella สำหรับริมฝีปาก
- Juvederm Voluma (แก้ม / คาง) โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 12 – 18 เดือน
- Juvederm Volbella (ปาก) โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 9 – 12 เดือน
- รุ่นอื่น ๆ โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับบริเวณและความหนืด
5. ยี่ห้ออื่น ๆ
นอกจากยี่ห้อที่กล่าวมาแล้ว ยังมีสารเติมเต็มยี่ห้ออื่นที่ได้มาตรฐานและผ่านการรับรอง เช่น
- Teosyal – แบรนด์จากสวิตเซอร์แลนด์ มีหลายสูตรให้เลือก
- Princess – แบรนด์จากออสเตรีย เน้นความเป็นธรรมชาติ
- Perfectha – แบรนด์จากฝรั่งเศส มีความยืดหยุ่นสูง
- Stylage – แบรนด์จากฝรั่งเศส มีส่วนผสมของ Mannitol ที่ช่วยลดอาการบวม
ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
ผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้ควรงดหรือเลื่อนการรับบริการ และแจ้งข้อมูลสุขภาพ ประวัติการแพ้ รวมถึงยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับการประเมิน
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีผื่น แผล การติดเชื้อหรือการอักเสบบริเวณที่จะฉีด
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ยา ยาชา หรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
- ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด หรือกำลังรับประทานยา อาหารเสริมที่อาจมีผลต่อการเลือดออก
- ผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง
- ผู้ที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ของผลิตภัณฑ์
ก่อนรับบริการควรแจ้งประวัติการฉีดฟิลเลอร์ การทำหัตถการหรือทำฟันในช่วงใกล้เคียง โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบทั้งหมด เพื่อให้แพทย์ประเมินว่าควรรับบริการ เลื่อนการฉีด หรือเลือกแนวทางอื่นที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
วิธีเตรียมตัวก่อนฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์
การเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเหมาะสมและวางแผนหัตถการได้ละเอียดขึ้น
- แจ้งประวัติสุขภาพอย่างครบถ้วน แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา ประวัติแพ้ยาชา ยาที่ใช้อยู่ อาหารเสริม และหัตถการที่เคยทำบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะประวัติการฉีดสารเติมเต็มที่ไม่ทราบชนิด
- แจ้งความกังวลและผลลัพธ์ที่คาดหวัง อธิบายจุดที่กังวลให้แพทย์ทราบอย่างชัดเจน เพื่อให้แพทย์ประเมินว่าฟิลเลอร์เหมาะกับปัญหานั้นหรือไม่ รวมถึงอธิบายข้อจำกัดและทางเลือกอื่นที่เกี่ยวข้อง
- หลีกเลี่ยงการทำหัตถการขณะมีการติดเชื้อ หากมีแผล ผื่น อาการอักเสบ สิวอักเสบมาก หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด ควรแจ้งคลินิกเพื่อให้แพทย์ประเมินว่าควรเลื่อนนัดหรือไม่
- ไม่หยุดยาเอง ยาบางชนิดอาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำหรือเลือดออก แต่ไม่ควรงดหรือปรับยาโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
- ตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ ก่อนฉีดควรทราบชื่อผลิตภัณฑ์ ชนิดฟิลเลอร์ เลขทะเบียนเครื่องมือแพทย์ เลขรุ่นการผลิต และวันหมดอายุ รวมถึงตรวจสอบว่าบรรจุภัณฑ์อยู่ในสภาพเรียบร้อย
วิธีดูแลหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
หลังทำหัตถการควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์และตำแหน่งที่ฉีดอาจมีแนวทางดูแลแตกต่างกัน โดยคำแนะนำทั่วไป ได้แก่
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดเอง เว้นแต่แพทย์เป็นผู้แนะนำ
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ความร้อนจัด และแสงแดดเป็นเวลาประมาณ 24 ชั่วโมงหรือตามคำแนะนำของแพทย์
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงแรกหลังทำ
- ไม่ทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์ หรือหัตถการอื่นบริเวณเดียวกันจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
- ใช้ความเย็นประคบเป็นช่วงสั้น ๆ เมื่อมีอาการบวม หากแพทย์แนะนำ
- สังเกตอาการผิดปกติและติดต่อคลินิกตามช่องทางที่ได้รับ
อาการผิดปกติหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ควรสังเกต

อาการบวม แดง เจ็บเล็กน้อย รอยช้ำ หรือความรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีดสามารถพบได้ในช่วงแรก และจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ แต่ถ้าหากมีอาการเหล่านี้ปรากฏขึ้นควรติดต่อคลินิกหรือแพทย์โดยเร็ว ได้แก่
- บวมแดงรุนแรงกว่าปกติ หรือบวมนานผิดปกติเกิน 1 สัปดาห์
- มีผื่นคัน หรือลมพิษบริเวณใกล้เคียง
- ผิวหนังเปลี่ยนสีเป็นสีคล้ำหรือซีดขาวผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการอุดตันหลอดเลือด
- มีก้อนแข็งหรือตุ่มนูนผิดปกติใต้ผิวหนัง
- ปวดรุนแรงบริเวณที่ฉีดซึ่งไม่ทุเลาลง
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี? วิธีพิจารณาคลินิกที่ได้มาตรฐาน
การเลือกคลินิกสำหรับโปรแกรมฉีดสารเติมเต็มควรพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้
- ใบอนุญาตสถานพยาบาลถูกต้องตามกฎหมาย สามารถตรวจสอบได้จากป้ายใบอนุญาตที่ติดแสดงไว้ในคลินิก
- แพทย์ผู้ทำหัตถการมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ควรมีการแสดงชื่อ – นามสกุลจริง และเลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม (เลข ว.) อย่างชัดเจน
- ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ผ่านการรับรองจาก อย. สามารถสอบถามหรือขอดูฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนฉีดได้
- มีการให้คำปรึกษาและประเมินก่อนทำหัตถการ แพทย์ที่ดีควรซักประวัติ ตรวจสภาพผิว และอธิบายแผนการรักษาก่อนเริ่มทำหัตถการ
- ความสะอาดและมาตรฐานของสถานที่ ห้องทำหัตถการควรสะอาด ถูกสุขลักษณะ
รีวิวโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ก่อน – หลังทำหัตถการ
ตัวอย่างเลย์เอาต์ — รอภาพก่อน–หลังจริงจากคลินิก (4:5, 800×1000 px)






สิ่งที่ OPPA SKIN CLINIC ให้ความสำคัญสำหรับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
เราให้ความสำคัญกับการประเมินเป็นรายบุคคล โดยแพทย์จะสอบถามความกังวล ประวัติสุขภาพ และหัตถการที่เคยได้รับ ก่อนประเมินโครงสร้างใบหน้าและวางแผนบริเวณที่เหมาะสมทุกครั้งก่อนเริ่มหัตถการ ซึ่งแนวทางการดูแลผู้รับบริการประกอบด้วย
- ประเมินโดยแพทย์ก่อนเริ่มหัตถการ แพทย์พิจารณาสัดส่วนใบหน้า สาเหตุของปัญหา ชั้นผิว และความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ โดยไม่กำหนดจำนวนฟิลเลอร์จากรูปตัวอย่างเพียงอย่างเดียว
- เลือกผลิตภัณฑ์ตามบริเวณและข้อบ่งใช้ เลือกชนิดและคุณสมบัติของฟิลเลอร์ให้เหมาะกับตำแหน่งที่ฉีด พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ปริมาณ ข้อจำกัด และระยะเวลาคงอยู่โดยประมาณก่อนรับบริการ
- ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนใช้ ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ ฉลาก เลขทะเบียน เลข Lot และวันหมดอายุก่อนเริ่มหัตถการ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ตามรายละเอียดที่คลินิกแจ้ง
- วางแผนโดยคำนึงถึงสัดส่วนโดยรวม แพทย์ประเมินความสัมพันธ์ของบริเวณที่จะฉีดกับส่วนอื่นของใบหน้า เพื่อวางแผนให้เหมาะกับโครงสร้างเดิมและความต้องการของแต่ละคน
- มีคำแนะนำและการติดตามหลังรับบริการ หลังทำจะได้รับคำแนะนำในการดูแลตนเอง การสังเกตอาการ และช่องทางติดต่อคลินิก พร้อมนัดติดตามตามความเหมาะสม
สรุปโปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม
โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มเป็นหัตถการที่ใช้สารเติมเต็มเพื่อช่วยเติมเต็มร่องลึก เพิ่มปริมาตร หรือปรับสัดส่วนบริเวณที่แพทย์ประเมินว่ามีความเหมาะสม ฟิลเลอร์มีหลายประเภทและแต่ละผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติ รวมถึงข้อบ่งใช้แตกต่างกันก่อนรับบริการควรตรวจสอบคลินิก แพทย์ผู้ให้บริการ และเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ พร้อมแจ้งประวัติสุขภาพและหัตถการเดิมอย่างครบถ้วน ผลลัพธ์ ระยะเวลาคงอยู่ และอาการหลังทำอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรเข้ารับการประเมินและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรกควรเริ่มที่ตำแหน่งไหน?
ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าและความต้องการของแต่ละบุคคล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินก่อนตัดสินใจ
ฟิลเลอร์สลายได้ไหม?
ฟิลเลอร์ HA สามารถค่อย ๆ สลายไปตามกระบวนการของร่างกาย ส่วนการลดหรือแก้ไขฟิลเลอร์ก่อนครบระยะต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ ไม่ควรพยายามนวดหรือแก้ไขด้วยตนเอง
ทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แล้วหน้าบวมกี่วัน?
อาการบวมอาจพบได้ในช่วงแรกและมักค่อย ๆ ลดลงภายในไม่กี่วัน แต่บางบริเวณหรือบางบุคคลอาจใช้เวลาประมาณ 1–2 สัปดาห์ หากอาการเพิ่มขึ้นหรือไม่ดีขึ้นควรติดต่อแพทย์
ฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์เลือกอย่างไร?
ทั้งสองโปรแกรมมีกลไกต่างกัน ฟิลเลอร์ใช้เพื่อเติมปริมาตร ส่วนโบท็อกซ์ออกฤทธิ์ต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ การเลือกจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหาและการประเมินของแพทย์
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ หากฉีดแล้วเป็นก้อนต้องทำอย่างไร?
ไม่ควรกดหรือนวดเอง ควรติดต่อแพทย์ผู้ให้บริการเพื่อประเมินว่าเป็นอาการบวมในช่วงแรก ลักษณะของผลิตภัณฑ์ หรือภาวะที่ต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม
ฟิลเลอร์สามารถฉีดได้ทุกบริเวณหรือไม่?
ไม่สามารถใช้ฟิลเลอร์ทุกชนิดกับทุกบริเวณได้ ผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นมีข้อบ่งใช้และข้อจำกัดแตกต่างกัน จึงควรให้แพทย์ตรวจสอบผลิตภัณฑ์และประเมินตำแหน่งก่อนฉีด
- 01ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร?
- 02โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มีกี่ประเภท?
- 03โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มเหมาะกับใคร
- 04โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?
- 05โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มกี่วันถึงเห็นผลลัพธ์
- 06โปรแกรมฉีดสารเติมเต็มอยู่นานแค่ไหน?
- 07โปรแกรมฟิลเลอร์มีกี่ยี่ห้อ แต่ยี่ห้อไหนต่างกันอย่างไร?
- 08ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
- 09วิธีเตรียมตัวก่อนฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์
- 10วิธีดูแลหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
- 11อาการผิดปกติหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ควรสังเกต
- 12โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี? วิธีพิจารณาคลินิกที่ได้มาตรฐาน
- 13รีวิวโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ก่อน - หลังทำหัตถการ
- 14สิ่งที่ OPPA SKIN CLINIC ให้ความสำคัญสำหรับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
- 15สรุปโปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม
- 16คำถามที่พบบ่อย