โปรแกรม Regenerative Collagen
Injectables

โปรแกรม Regenerative Collagen คืออะไร ช่วยดูแลคุณภาพผิวอย่างไรบ้าง

เมื่ออายุมากขึ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของผิวจะค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้ผิวหน้าดูหย่อนคล้อยและมีริ้วรอยชัดขึ้น โปรแกรม Regenerative Collagen ของ OPPA SKIN CLINIC เป็นโปรแกรมที่จะดูแลผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคอลลาเจนเป็นองค์ประกอบ โดยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติ ส่วนประกอบ และแนวทางการใช้งานแตกต่างกัน แพทย์จะตรวจประเมินสภาพผิว ประวัติสุขภาพ ตำแหน่งที่ต้องการดูแล รวมถึงความเหมาะสมของผู้รับบริการก่อนวางแผนการทำหัตถการ

Regenerative Collagen คืออะไร

Regenerative Collagen คือโปรแกรมดูแลผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคอลลาเจนหรือโปรตีนที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับคอลลาเจนเป็นองค์ประกอบ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Regenerative Collagen ผลิตจากคอลลาเจนที่มีแหล่งที่มาต่างกัน เช่น คอลลาเจนจากสัตว์ที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ หรือคอลลาเจนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีชีวภาพแบบ recombinant นอกจากนี้ บางชนิดอาจมีสารประกอบอื่นร่วมด้วย เพื่อให้มีคุณสมบัติและลักษณะการใช้งานที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์แต่ละสูตร ดังนั้นก่อนรับบริการแพทย์จะตรวจประเมินสภาพผิว ประวัติสุขภาพ ประวัติการแพ้ และบริเวณที่ต้องการดูแล เพื่อพิจารณาความเหมาะสม ชนิดของผลิตภัณฑ์ ปริมาณ และแนวทางการทำหัตถการเป็นรายบุคคล

กลไกการทำงานของโปรแกรม Regenerative Collagen

หลักการทำงานของ Regenerative Collagen

หลักการทำงานของ Regenerative Collagen คือการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ชั้นผิวในตำแหน่งและปริมาณที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม เพื่อให้คอลลาเจนและส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อยู่ในบริเวณที่ต้องการดูแล หลังรับบริการ ผิวอาจค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ สภาพผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

ที่ OPPA SKIN CLINIC เราให้ความสำคัญกับการตรวจประเมินและวางแผนการทำหัตถการให้สอดคล้องกับสภาพผิวและความต้องการของผู้รับบริการ โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมก่อนรับบริการทุกครั้ง

Regenerative Collagen แตกต่างจาก Biostimulator อย่างไร

ทั้งสองโปรแกรมมีแนวทางในการดูแลคุณภาพและโครงสร้างผิวที่ใกล้เคียงกัน ผลิตภัณฑ์บางชนิดมีคุณสมบัติที่ทับซ้อนกัน เช่น มีทั้งองค์ประกอบของคอลลาเจนและคุณสมบัติสนับสนุนการทำงานของไฟโบรบลาสต์ แต่ความแตกต่างของสองโปรแกรมนี้ มีทั้งด้านองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ หลักการทำงาน และลักษณะการเปลี่ยนแปลงของผิวหลังรับบริการ โดยสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างได้ดังนี้

คุณสมบัติโปรแกรม Regenerative Collagenโปรแกรม Biostimulator
องค์ประกอบหลักมีคอลลาเจนหรือองค์ประกอบจากคอลลาเจนในสูตรผลิตภัณฑ์มักใช้สารอื่นเพื่อส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจน เช่น PLLA, CaHA หรือ PDLLA
หลักการโดยสรุปนำคอลลาเจนหรือองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างผิวเข้าสู่เนื้อเยื่อกระตุ้นการตอบสนองของเนื้อเยื่อให้เกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจน
ลักษณะผลิตภัณฑ์แตกต่างกันตามชนิดของคอลลาเจนและส่วนประกอบร่วมแตกต่างกันตามชนิด ขนาด และคุณสมบัติของอนุภาค
การเลือกใช้พิจารณาจากส่วนประกอบ ตำแหน่ง และสภาพผิวพิจารณาจากชนิดสาร ตำแหน่ง และระดับการพยุงที่ต้องการ
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และการตอบสนองของแต่ละบุคคลมักค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามกระบวนการของเนื้อเยื่อ

โปรแกรม Regenerative Collagen ที่ OPPA SKIN CLINIC มีอะไรบ้าง

OPPA SKIN CLINIC มีโปรแกรม Regenerative Collagen ที่ประกอบไปด้วยโปรแกรม Karisma และโปรแกรม TheraFill โดยแต่ละหัตถการมีแหล่งที่มา องค์ประกอบ และแนวทางการใช้งานต่างกัน

เปรียบเทียบความแตกต่างของโปรแกรม Karisma และ TheraFill

คุณสมบัติโปรแกรม Karismaโปรแกรม TheraFill
ลักษณะผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ฉีดที่มี recombinant human collagen type I polypeptideผลิตภัณฑ์ฉีดกลุ่ม atelocollagen
แหล่งที่มาของคอลลาเจนผลิตด้วยกระบวนการ recombinantคอลลาเจนชนิดที่ 1 จากสุกรซึ่งผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์
องค์ประกอบร่วมHyaluronic Acid โมเลกุลสูงและ Carboxymethylcelluloseสูตรผลิตภัณฑ์จาก porcine collagen ตามรายละเอียดของแต่ละรุ่น
แนวทางการดูแลพิจารณาในแผนดูแลคุณภาพผิว ความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และริ้วรอยขนาดเล็กพิจารณาในบริเวณที่ต้องการดูแลริ้วรอย หรือความไม่เรียบของผิวตามข้อบ่งใช้
การเลือกใช้ต้องประเมินสภาพผิวและตำแหน่งก่อนทำหัตถการต้องซักประวัติการแพ้และประเมินตำแหน่งก่อนทำหัตถการ

โปรแกรม Karisma คืออะไร

Karisma Face Rh Collagen เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับหัตถการชนิดฉีดที่มีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่

  • R-polypeptide α1 chain ของคอลลาเจนชนิดที่ 1
  • Hyaluronic Acid โมเลกุลสูงแบบไม่ผ่านการเชื่อมขวาง
  • Carboxymethylcellulose หรือ CMC

ส่วนประกอบแต่ละชนิดมีบทบาทแตกต่างกันตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ โดยถูกนำมาใช้ในแนวทางการดูแลคุณภาพ ความชุ่มชื้น และโครงสร้างผิวในบริเวณที่เหมาะสม ทั้งนี้แพทย์จะตรวจประเมินสภาพผิว ประวัติสุขภาพ และตำแหน่งที่ต้องการดูแลก่อนพิจารณาปริมาณและแนวทางการทำหัตถการเป็นรายบุคคล

โปรแกรม TheraFill คืออะไร

TheraFill เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Atelocollagen ซึ่งมีคอลลาเจนชนิดที่ 1 จากสุกรเป็นองค์ประกอบ โดยผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์และลดส่วนที่อาจกระตุ้นการตอบสนองของร่างกาย ผลิตภัณฑ์นี้มีแนวทางการใช้งานเพื่อดูแลผิวในตำแหน่งที่เหมาะสมตามคุณสมบัติและข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์ โดยแพทย์จะพิจารณาตำแหน่ง ปริมาณ สภาพผิว และประวัติสุขภาพของผู้รับบริการก่อนวางแผนการทำหัตถการ ผู้ที่มีประวัติแพ้ผลิตภัณฑ์จากสุกรหรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาเป็นประจำ ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับบริการทุกครั้ง

Regenerative Collagen ช่วยดูแลเรื่องใดบ้าง?

โปรแกรม Regenerative Collagen เป็นหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพและโครงสร้างผิว อย่างไรก็ตามหากมีปัญหาความหย่อนคล้อยค่อนข้างมากหรือมีร่องลึก แพทย์อาจพิจารณาแนวทางการดูแลอื่นร่วมด้วยตามความเหมาะสม โดยเบื้องต้นโปรแกรมนี้เหมาะกับผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • ผิวดูขาดความยืดหยุ่นหรือความแน่น
  • ผิวแห้งหรือดูขาดความชุ่มชื้น
  • ผิวดูไม่เรียบเนียน
  • มีริ้วรอยขนาดเล็กในบางบริเวณ
  • มีร่องหรือบริเวณที่ต้องการการพยุงตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
  • สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิวตามวัย
  • ต้องการวางแผนดูแลผิวร่วมกับโปรแกรมอื่นตามคำแนะนำของแพทย์

บริเวณที่นิยมทำโปรแกรม Regenerative Collagen

ตำแหน่งที่แพทย์พิจารณาทำโปรแกรมนี้ จะแตกต่างกันตามชนิดของผลิตภัณฑ์ ข้อบ่งใช้ สภาพผิว และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล โดยบริเวณที่มักได้รับการประเมินมีดังนี้

บริเวณที่นิยมทำโปรแกรม Regenerative Collagen

บริเวณแก้มและใบหน้าส่วนกลาง

เหมาะกับผู้ที่รู้สึกว่าผิวบริเวณแก้มดูไม่เรียบเนียน ขาดความยืดหยุ่น หรือเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัย ก่อนทำแพทย์จะประเมินสภาพผิว ปริมาตรของใบหน้า และตำแหน่งที่ต้องการดูแล เพื่อวางแผนให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

บริเวณร่องแก้ม

ใช้ดูแลบริเวณร่องที่เกิดบริเวณข้างจมูกลงมาถึงมุมปาก โดยแพทย์จะประเมินก่อนว่าร่องเกิดจากคุณภาพผิว การยุบตัวของชั้นไขมัน หรือความหย่อนคล้อย หากร่องลึกหรือเกี่ยวข้องกับโครงสร้างใบหน้า แพทย์จะพิจารณาแนวทางอื่นร่วมด้วยตามความเหมาะสม

บริเวณรอบปาก

บริเวณรอบปากเกิดริ้วรอยได้ง่ายจากการขยับกล้ามเนื้อและการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย แพทย์จะประเมินความลึกของริ้วรอย การเคลื่อนไหวของริมฝีปาก และเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับตำแหน่ง เนื่องจากเป็นบริเวณที่ต้องใช้ความละเอียดในการทำหัตถการ

บริเวณแนวกรอบหน้า

เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวบริเวณใบหน้าส่วนล่างและแนวกรอบหน้า อย่างไรก็ตามโปรแกรมนี้ไม่ได้ใช้เพื่อยกกระชับหรือปรับรูปหน้าในทุกกรณี หากมีความหย่อนคล้อยมาก แพทย์จะพิจารณาแนวทางอื่นร่วมด้วย

บริเวณลำคอ

ผิวบริเวณลำคอมีความบางและเกิดริ้วรอยหรือความไม่เรียบเนียนได้ง่าย แพทย์จึงต้องประเมินความหนาของผิว ลักษณะของริ้วรอย และเลือกผลิตภัณฑ์กับเทคนิคให้เหมาะกับบริเวณนี้โดยเฉพาะ

บริเวณที่มีริ้วรอยเล็กหรือผิวดูไม่เรียบเนียน

ใช้ดูแลบริเวณที่มีริ้วรอยตื้น ผิวดูขาดความยืดหยุ่น หรือพื้นผิวไม่สม่ำเสมอ โดยแพทย์จะเลือกชนิดของผลิตภัณฑ์ ปริมาณ และชั้นผิวให้สอดคล้องกับลักษณะของผิวแต่ละบุคคล

โปรแกรม Regenerative Collagen เหมาะกับใคร

โปรแกรมนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้ดูเรียบเนียนและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น รวมถึงผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย ความเหมาะสมไม่ได้พิจารณาจากอายุเพียงอย่างเดียว แพทย์จะประเมินสภาพผิว ประวัติสุขภาพ ประวัติการแพ้ และบริเวณที่ต้องการดูแลก่อนวางแผนการทำหัตถการทุกครั้ง โดยผู้ที่เหมาะกับโปรแกรมนี้ ได้แก่

  • ผู้ที่มีผิวดูแห้งหรือขาดความชุ่มชื้น
  • ผู้ที่รู้สึกว่าผิวไม่เรียบเนียนหรือขาดความยืดหยุ่น
  • ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือร่องตื้นในบางบริเวณ
  • ผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคอลลาเจนเป็นองค์ประกอบ
  • ผู้ที่ต้องการวางแผนดูแลผิวแบบเฉพาะบุคคล
  • ผู้ที่สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำและเข้ารับการติดตามผลได้

เปรียบเทียบโปรแกรม Regenerative Collagen กับหัตถการอื่น

โปรแกรมกลไกการทำงานจุดเด่นเหมาะกับใครระยะคงอยู่ (โดยประมาณ)
Regenerative Collagenนำผลิตภัณฑ์ที่มีคอลลาเจนหรือองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องเข้าสู่ชั้นผิวในตำแหน่งที่แพทย์ประเมินเน้นดูแลคุณภาพผิว ความยืดหยุ่น ริ้วรอยเล็ก และร่องตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ผู้ที่มีผิวดูไม่เรียบเนียน ขาดความยืดหยุ่น หรือมีริ้วรอยและร่องในระดับที่เหมาะสมประมาณ 6 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และแต่ละบุคคล
Biostimulatorใช้สารที่ส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนของเนื้อเยื่อ เช่น PLLA, CaHA หรือ PDLLAเน้นดูแลความแน่น การพยุง และโครงสร้างผิวแบบค่อยเป็นค่อยไปผู้ที่เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิว ผิวขาดความแน่น หรือขาดความยืดหยุ่นประมาณ 12 – 24 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของสารและแผนการทำ
HA Fillerใช้ Hyaluronic Acid เพื่อเพิ่มปริมาตรหรือปรับโครงสร้างในตำแหน่งที่ต้องการเหมาะกับการดูแลร่อง จุดที่ขาดปริมาตร และการปรับสัดส่วนเฉพาะบริเวณผู้ที่มีร่องลึก ใบหน้าบางส่วนดูตอบ หรือมีจุดที่ต้องการเพิ่มปริมาตรประมาณ 6 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่น ตำแหน่ง และการตอบสนองของร่างกาย
Skin Boosterนำสารเข้าสู่ชั้นผิวเพื่อดูแลความชุ่มชื้นและคุณภาพผิวตามองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์เน้นดูแลผิวแห้ง ริ้วรอยเล็ก และผิวที่ดูไม่เรียบเนียนผู้ที่ต้องการดูแลความชุ่มชื้นและคุณภาพผิว โดยไม่เน้นการเพิ่มปริมาตรประมาณ 3 – 6 เดือน โดยทั่วไปพิจารณาร่วมกับจำนวนครั้งที่ทำ
เครื่องมือพลังงานส่งพลังงาน เช่น Ultrasound หรือ Radiofrequency ไปยังชั้นเนื้อเยื่อเป้าหมายไม่ใช้สารฉีด และเน้นดูแลความหย่อนคล้อยหรือความแน่นของผิวผู้ที่ต้องการดูแลความหย่อนคล้อยและต้องการหลีกเลี่ยงหัตถการชนิดฉีดประมาณ 6 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดเครื่อง พลังงาน และสภาพผิว

การเตรียมตัวก่อนทำหัตถการ Regenerative Collagen

ก่อนเข้ารับบริการควรเตรียมข้อมูลสุขภาพและดูแลตัวเองตามคำแนะนำ เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและวางแผนการทำหัตถการได้อย่างเหมาะสม โดยสามารถปฏิบัติตามได้ดังนี้

  • แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และประวัติแพ้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์
  • แจ้งประวัติการฉีดฟิลเลอร์ คอลลาเจน Biostimulator การร้อยไหม หรือหัตถการที่เคยทำบริเวณเดียวกัน
  • แจ้งรายชื่อยา วิตามิน และอาหารเสริมที่รับประทานเป็นประจำ
  • ไม่หยุดยาที่แพทย์สั่งด้วยตนเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนทุกครั้ง
  • เลื่อนการรับบริการเมื่อมีแผล ผื่น สิวอักเสบ หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ
  • แจ้งแพทย์หากกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีแผนตั้งครรภ์
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
  • ตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องก่อนรับบริการ

ก่อนตัดสินใจทำหัตถการแพทย์จะอธิบายประเภทและส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งและปริมาณที่ใช้โดยประมาณ ข้อจำกัด ผลข้างเคียงที่พบได้ และแนวทางการดูแลหลังทำโดยละเอียด เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับข้อมูลครบถ้วนและวางแผนการดูแลได้เหมาะกับแต่ละบุคคล

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Regenerative Collagen

หลังรับบริการควรดูแลบริเวณที่ทำอย่างระมัดระวัง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยลดการระคายเคืองและเฝ้าสังเกตอาการหลังทำ โดยสามารถปฏิบัติตามได้ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการจับ กด บีบ หรือนวดบริเวณที่ทำด้วยตนเอง เว้นแต่แพทย์แนะนำ
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ซาวน่า อบไอน้ำ และความร้อนจัดในช่วงแรก
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองในระยะแรก
  • ประคบเย็นเบา ๆ ได้ตามคำแนะนำ โดยไม่กดลงบนผิวมากเกินไป
  • หลีกเลี่ยงเลเซอร์ การนวดหน้า และหัตถการอื่นจนกว่าแพทย์จะประเมินว่าสามารถทำได้
  • เข้ารับการติดตามผลตามนัด เพื่อให้แพทย์ตรวจดูบริเวณที่ทำและประเมินการเปลี่ยนแปลง
  • ติดต่อคลินิกเมื่อพบอาการผิดปกติหรือมีอาการต่างจากข้อมูลที่ได้รับหลังทำ

รีวิวก่อน – หลังทำหัตถการ

ตัวอย่างเลย์เอาต์ — รอภาพก่อน–หลังจริงจากคลินิก (4:5, 800×1000 px)

ตัวอย่างผลลัพธ์ Program Regenerative Collagen
ก่อนทำหลังทำ
ตัวอย่างผลลัพธ์ Program Regenerative Collagen
ก่อนทำหลังทำ
ตัวอย่างผลลัพธ์ Program Regenerative Collagen
ก่อนทำหลังทำ
ตัวอย่างผลลัพธ์ Program Regenerative Collagen
ก่อนทำหลังทำ
ตัวอย่างผลลัพธ์ Program Regenerative Collagen
ก่อนทำหลังทำ
ตัวอย่างผลลัพธ์ Program Regenerative Collagen
ก่อนทำหลังทำ
ดูรีวิวเพิ่มเติม →

จุดเด่นของโปรแกรม Regenerative Collagen ที่ OPPA SKIN CLINIC

OPPA SKIN CLINIC ให้ความสำคัญกับการตรวจประเมินก่อนรับบริการ การเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิว และการดูแลอย่างต่อเนื่องในแต่ละขั้นตอน โดยมีแนวทางดังนี้

ตรวจประเมินโดยแพทย์ก่อนรับบริการ

แพทย์จะสอบถามประวัติสุขภาพ ประวัติการแพ้ และหัตถการที่เคยทำ พร้อมตรวจประเมินสภาพผิวและบริเวณที่ต้องการดูแลก่อนวางแผนการทำหัตถการ

เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

Karisma และ TheraFill มีแหล่งที่มาของคอลลาเจน ส่วนประกอบ และแนวทางการใช้งานแตกต่างกัน แพทย์จึงพิจารณาเลือกผลิตภัณฑ์ ปริมาณ และตำแหน่งให้สอดคล้องกับสภาพผิวของผู้รับบริการแต่ละราย

ให้ข้อมูลก่อนตัดสินใจ

ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์และรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบ ขั้นตอนการทำ ข้อจำกัด ผลข้างเคียงที่พบได้ และแนวทางการดูแลหลังทำก่อนตัดสินใจรับบริการ

ดูแลความสะอาดของพื้นที่และอุปกรณ์

พื้นที่ให้บริการและเครื่องมือทางการแพทย์ได้รับการจัดเตรียมและดูแลตามขั้นตอนของสถานพยาบาล เพื่อรองรับการทำหัตถการอย่างเหมาะสม

มีคำแนะนำและติดตามผลหลังทำ

หลังรับบริการ ผู้รับบริการจะได้รับคำแนะนำตามผลิตภัณฑ์และเทคนิคที่ใช้ พร้อมช่องทางติดต่อคลินิกเมื่อมีข้อสงสัยหรือพบอาการผิดปกติ รวมถึงนัดติดตามผลตามความเหมาะสม

สรุปโปรแกรมการฉีด Regenerative Collagen

โปรแกรม Regenerative Collagen เป็นโปรแกรมดูแลคุณภาพและโครงสร้างผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคอลลาเจนหรือส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับคอลลาเจน โดยผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีแหล่งที่มา ส่วนประกอบ คุณสมบัติ และแนวทางการใช้งานแตกต่างกัน เช่น โปรแกรม Karisma มี recombinant human collagen type I polypeptide ร่วมกับ Hyaluronic Acid และ CMC และโปรแกรม TheraFill เป็น Atelocollagen จากคอลลาเจนชนิดที่ 1 จากสุกร การเลือกผลิตภัณฑ์จึงควรพิจารณาจากสภาพผิว บริเวณที่ต้องการดูแล ประวัติสุขภาพ ประวัติการแพ้ และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ก่อนรับบริการ แพทย์จะตรวจประเมินและวางแผนการทำหัตถการให้สอดคล้องกับผู้รับบริการแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อย

Regenerative Collagen คือคอลลาเจนสดหรือไม่?

คำว่า “คอลลาเจนสด” เป็นคำที่ใช้สื่อสารทางการตลาดและไม่มีนิยามเดียวสำหรับทุกผลิตภัณฑ์ Regenerative Collagen เป็นคำกว้างกว่า และอาจครอบคลุมผลิตภัณฑ์คอลลาเจนหลายรูปแบบ จึงควรตรวจสอบส่วนประกอบและแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด

Karisma และ TheraFill เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน โดย Karisma มี recombinant human collagen polypeptide ร่วมกับ HA และ CMC ส่วน TheraFill เป็น atelocollagen จากสุกร จึงมีองค์ประกอบ คุณสมบัติ และแนวทางการใช้งานแตกต่างกัน

Regenerative Collagen ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร

HA Filler เน้นเติมปริมาตรหรือปรับโครงสร้างด้วย Hyaluronic Acid ขณะที่ Regenerative Collagen ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคอลลาเจนหรือองค์ประกอบจากคอลลาเจน อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์คอลลาเจนบางชนิดอาจถูกจัดเป็น injectable filler ได้เช่นกัน ดังนั้นจึงต้องพิจารณาตัวผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย

โปรแกรม Regenerative Collagen ต้องทำกี่ครั้ง

จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ สภาพผิว ตำแหน่ง และการตอบสนองของแต่ละบุคคล แพทย์จะประเมินแผนและระยะห่างหลังตรวจผิว จึงไม่ควรกำหนดจำนวนครั้งเดียวกันสำหรับทุกคน

หลังทำเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงเมื่อไร

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับองค์ประกอบและวิธีใช้ของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการตอบสนองของแต่ละบุคคล บางส่วนอาจสังเกตความเปลี่ยนแปลงในช่วงแรก ขณะที่คุณภาพผิวอาจค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามลำดับ

Regenerative Collagen อยู่ได้นานแค่ไหน

ไม่สามารถระบุระยะเวลาที่แน่นอนสำหรับทุกคนได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ ปริมาณ ตำแหน่ง อายุ สภาพผิว พฤติกรรม และกระบวนการเผาผลาญของแต่ละบุคคล

สามารถทำโปรแกรม Regenerative Collagen ร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม

ในบางกรณีแพทย์จะพิจารณาวางแผนร่วมกับ Botulinum Toxin, HA Filler, Biostimulator, Skin Booster หรือเครื่องมือพลังงานร่วมด้วย แต่ควรจัดลำดับและเว้นระยะตามชนิดของหัตถการ ไม่ควรทำหลายโปรแกรมพร้อมกันโดยไม่มีการประเมิน

บรรยากาศภายใน OPPA SKIN CLINIC
Shape of Beauty

Be The Best Version Of Yourself

ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจได้เสมอ — เล่าสิ่งที่คุณกังวล แล้วให้แพทย์ช่วยประเมินและวางแนวทางการดูแลที่เหมาะกับคุณ