โปรแกรม Skin Booster
Skin Rejuvenation

โปรแกรม Skin Booster คืออะไร แต่ละประเภทช่วยเรื่องอะไรบ้าง

โปรแกรม Skin Booster เป็นกลุ่มโปรแกรมดูแลคุณภาพผิวที่มีส่วนประกอบ คุณสมบัติ และแนวทางการใช้งานแตกต่างกัน แต่ละประเภทจึงเหมาะกับสภาพผิวและความกังวลที่ไม่เหมือนกัน เช่น ผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้น ริ้วรอยขนาดเล็ก ผิวที่ดูไม่เรียบเนียน สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือรอยที่เกิดขึ้นหลังสิว ก่อนวางแผนการดูแลแพทย์จะประเมินสภาพผิว วิเคราะห์สาเหตุของความกังวล ตรวจบริเวณที่ต้องการรับบริการ รวมถึงพิจารณาประวัติสุขภาพและส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ เพื่อเลือกโปรแกรมให้เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของผู้รับบริการแต่ละราย

โปรแกรม Skin Booster คืออะไร?

โปรแกรม Skin Booster เป็นโปรแกรมที่นำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ชั้นผิว เพื่อดูแลคุณภาพผิวตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด โดยมีทั้งกลุ่มที่ประกอบด้วย Hyaluronic Acid กลุ่ม Polynucleotide และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบหลายชนิดร่วมกัน โดยแพทย์สามารถพิจารณาโปรแกรมตามความกังวล เช่น ผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้น ริ้วรอยขนาดเล็ก ผิวที่ดูไม่เรียบเนียน ความยืดหยุ่นของผิว หรือสีผิวที่ดูไม่สม่ำเสมอ และการเปลี่ยนแปลงหลังรับบริการขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ สภาพผิว บริเวณที่ดูแล และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

โปรแกรม Skin Booster ช่วยดูแลผิวด้านใดบ้าง?

คุณสมบัติของโปรแกรม Skin Booster

โปรแกรม Skin Booster ที่ OPPA SKIN CLINIC มีหลายประเภทและใช้ส่วนประกอบแตกต่างกัน แนวทางการดูแลผิวจึงขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด โดยแพทย์จะนำข้อมูลต่อไปนี้มาใช้ประกอบการประเมินให้เหมาะกับผู้รับบริการแต่ละราย

ดูแลความชุ่มชื้นของผิว

เหมาะสำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องผิวแห้ง ผิวดูขาดความชุ่มชื้น หรือแต่งหน้าแล้วเป็นคราบ โดยแพทย์สามารถพิจารณาโปรแกรมที่มี Hyaluronic Acid หรือ Glycerol เป็นส่วนประกอบ เช่น Belotero Revive และ Rejuran HB Plus

ดูแลผิวที่ดูไม่เรียบเนียน

โปรแกรม Skin Booster บางประเภทสามารถนำมาพิจารณาสำหรับผู้ที่รู้สึกว่าผิวดูไม่เรียบ ลักษณะผิวไม่สม่ำเสมอ หรือมีความเปลี่ยนแปลงจากความแห้งและริ้วรอยขนาดเล็ก เช่น Rejuran, Vitaran, Belotero Revive และ Profhilo

ดูแลริ้วรอยขนาดเล็ก

สำหรับริ้วรอยที่สัมพันธ์กับความแห้งและการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิว แพทย์สามารถประเมินผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Hyaluronic Acid หรือ Polynucleotide ตามลักษณะของริ้วรอยและบริเวณที่ต้องการดูแล

ดูแลคุณภาพผิวโดยรวม

โปรแกรม Rejuran, Vitaran และ Profhilo เป็นตัวเลือกที่แพทย์สามารถนำมาพิจารณาตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ สภาพผิว และวัตถุประสงค์ของผู้รับบริการแต่ละราย

ดูแลผิวที่มีสีผิวดูไม่สม่ำเสมอ

โปรแกรม Melasma X และ Chanel Skin Booster สามารถเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลผิวสำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องสีผิว จุดด่างดำ หรือรอยหลังการอักเสบ โดยแพทย์จะประเมินสาเหตุและส่วนประกอบของโปรแกรมก่อนวางแผน

ดูแลผิวที่มีความกังวลเกี่ยวกับสิวและรอยสิว

โปรแกรม Acne Clear Booster เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่แพทย์พิจารณาตามชนิดของสิว ระดับการอักเสบ ความมัน และลักษณะของรอย หากมีสิวอักเสบ แผล หรือการติดเชื้อ แพทย์จะประเมินว่าควรดูแลการอักเสบก่อนหรือไม่

โปรแกรม Skin Booster เหมาะกับใคร

โปรแกรมนี้ตอบโจทย์การดูแลผิวหลายรูปแบบ ผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับสภาพผิวดังต่อไปนี้ สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมได้

  • ผิวแห้งหรือดูขาดความชุ่มชื้น
  • ผิวดูไม่เรียบเนียน หรือแต่งหน้าแล้วเป็นคราบ
  • มีริ้วรอยขนาดเล็กที่สัมพันธ์กับความแห้งและการเปลี่ยนแปลงของผิว
  • ต้องการดูแลคุณภาพผิวโดยรวม โดยไม่เน้นการเพิ่มปริมาตรหรือปรับโครงหน้า
  • มีความกังวลเรื่องสีผิวดูไม่สม่ำเสมอ จุดด่างดำ หรือรอยหลังการอักเสบ
  • มีความกังวลเกี่ยวกับสิว รอยสิว หรือความมัน

โปรแกรม Skin Booster ต่างจาก โปรแกรม Filler และ Biostimulator อย่างไร?

ประเภทโปรแกรมจุดเด่นของโปรแกรมเหมาะกับใครระยะเวลาการเปลี่ยนแปลง
โปรแกรม Skin Boosterเน้นดูแลความชุ่มชื้น และคุณภาพผิวตามส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ผิวแห้ง ริ้วรอยขนาดเล็ก ผิวดูไม่เรียบเนียน สีผิวดูไม่สม่ำเสมอ หรือปัญหาผิวเฉพาะด้านโดยทั่วไปเริ่มติดตามได้ในช่วงประมาณ 1 – 4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดผลิตภัณฑ์และแผนการรับบริการ
โปรแกรม Fillerเน้นการเติมเต็มปริมาตร ดูแลร่องลึก หรือโครงสร้างเฉพาะตำแหน่งการยุบตัวของเนื้อเยื่อ ร่องลึก การขาดปริมาตร หรือต้องการดูแลสัดส่วนใบหน้าเห็นการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นได้หลังรับบริการ และมักประเมินเมื่ออาการบวมลดลงในช่วงประมาณ 1 – 2 สัปดาห์
โปรแกรม Biostimulatorเน้นการตอบสนองของเนื้อเยื่อตามกลไกของสารแต่ละชนิด เพื่อดูแลคุณภาพและโครงสร้างผิวอย่างต่อเนื่องความแน่น ความยืดหยุ่น หรือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวโดยทั่วไปเริ่มติดตามแนวโน้มได้ประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ และการเปลี่ยนแปลงสามารถค่อย ๆ พัฒนาต่อเนื่องตามชนิดผลิตภัณฑ์และแผนการดูแล

โปรแกรม Skin Booster ที่ OPPA SKIN CLINIC มีอะไรบ้าง?

โปรแกรมส่วนประกอบสำคัญจุดเด่นของโปรแกรมเหมาะกับใคร
Belotero ReviveHyaluronic Acid ร่วมกับ Glycerolเน้นดูแลความชุ่มชื้นและลักษณะผิวผู้ที่มีผิวแห้ง ดูขาดความชุ่มชื้น มีริ้วรอยขนาดเล็ก หรือผิวดูไม่เรียบเนียน
RejuranPolynucleotideเป็นตัวเลือกในกลุ่ม PN สำหรับดูแลคุณภาพผิวและริ้วรอยตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ผู้ที่ต้องการดูแลลักษณะผิวโดยรวม หรือสนใจโปรแกรมกลุ่ม Polynucleotide
Rejuran HB PlusPolynucleotide, Hyaluronic Acid และ Lidocaineมี PN ร่วมกับ HA และยาชาเฉพาะที่ จึงมีองค์ประกอบแตกต่างจาก Rejuran รุ่นหลักผู้ที่มีความกังวลเรื่องความชุ่มชื้น ริ้วรอยขนาดเล็ก และไม่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบหรือยาชา
Chanel Skin BoosterHyaluronic Acid (HA), Glutathione u0026 Vitamins, Amino Acidsวางแผนตามส่วนประกอบของสูตรและสภาพผิวที่แพทย์ประเมินผู้ที่ต้องการดูแลความชุ่มชื้น ลักษณะผิว หรือสีผิว โดยควรตรวจสอบสูตรก่อนรับบริการ
VitaranPolynucleotideเป็นอีกตัวเลือกในกลุ่ม PN โดยแต่ละรุ่นมีความเข้มข้นและคุณสมบัติต่างกันผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวและเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polynucleotide
Melasma X2% Alpha Arbutin, Niacinamide, Sodium Ascorbyl Phosphate, Glycerinออกแบบสำหรับเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลผิวที่มีความกังวลเรื่องเม็ดสีผู้ที่มีฝ้า จุดด่างดำ รอยหลังการอักเสบ หรือสีผิวดูไม่สม่ำเสมอ
Acne Clear BoosterSalicylic Acid, Niacinamide, Hyaluronic Acid, Peptidesวางแผนร่วมกับการประเมินชนิดสิว ความมัน และรอยหลังสิวผู้ที่มีความกังวลเรื่องสิว รอยสิว ความมัน หรือลักษณะผิวไม่เรียบเนียน
ProfhiloHyaluronic Acid ที่มีโครงสร้างเฉพาะตามเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์เน้นดูแลความชุ่มชื้นและคุณภาพผิวผู้ที่มีผิวแห้ง ต้องการดูแลความยืดหยุ่น หรือลักษณะผิวโดยรวม

โปรแกรม Belotero Revive

Belotero Revive มี Hyaluronic Acid ร่วมกับ Glycerol เป็นส่วนประกอบสำคัญ โดยเน้นการดูแลความชุ่มชื้นและลักษณะผิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องผิวแห้ง ผิวดูขาดน้ำ ริ้วรอยขนาดเล็ก หรือผิวดูไม่เรียบเนียน โดยไม่ได้มุ่งเน้นการเพิ่มปริมาตรหรือปรับโครงหน้าเป็นหลัก

โปรแกรม Rejuran

Rejuran เป็นโปรแกรมในกลุ่ม Polynucleotide หรือ PN ซึ่งมีแนวทางการดูแลแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่มี Hyaluronic Acid เป็นหลัก แพทย์จะพิจารณาใช้สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิว ลักษณะผิว และริ้วรอยขนาดเล็กตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์

โปรแกรม Rejuran HB Plus

Rejuran HB Plus มี Polynucleotide ร่วมกับ Hyaluronic Acid และ Lidocaine จึงมีส่วนประกอบแตกต่างจาก Rejuran รุ่นหลัก แพทย์จะพิจารณาจากสภาพผิว ความต้องการด้านความชุ่มชื้น บริเวณที่รับบริการ และประวัติแพ้ยาชาก่อนวางแผน

โปรแกรม Chanel Skin Booster

Chanel Skin Booster เป็นชื่อโปรแกรมดูแลผิวที่ต้องพิจารณาร่วมกับสูตร ส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้จริง แพทย์จะตรวจประเมินว่าผู้รับบริการมีความกังวลเรื่องความชุ่มชื้น ลักษณะผิว หรือสีผิวด้านใด ก่อนเลือกแนวทางให้เหมาะสม

โปรแกรม Vitaran

Vitaran เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในกลุ่ม Polynucleotide โดยแต่ละรุ่นมีความเข้มข้นและคุณสมบัติแตกต่างกัน แพทย์จะพิจารณารุ่นของผลิตภัณฑ์ สภาพผิว บริเวณ และวัตถุประสงค์ของการดูแลก่อนเลือกใช้

โปรแกรม Melasma X

Melasma X เป็นโปรแกรมสำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องฝ้า จุดด่างดำ รอยหลังการอักเสบ หรือสีผิวดูไม่สม่ำเสมอ ก่อนวางแผน แพทย์จะประเมินลักษณะเม็ดสี ปัจจัยกระตุ้น และแนวทางดูแลเดิม เนื่องจากปัญหาเม็ดสีสามารถเกิดจากหลายสาเหตุและต้องวางแผนตามแต่ละบุคคล

โปรแกรม Acne Clear Booster

Acne Clear Booster เป็นโปรแกรมที่แพทย์พิจารณาตามชนิดของสิว ระดับการอักเสบ ความมัน และลักษณะของรอยสิว หากมีสิวอักเสบ แผล หรือการติดเชื้อ แพทย์จะประเมินว่าควรดูแลการอักเสบก่อนรับบริการหรือวางแผนร่วมกับแนวทางอื่น

โปรแกรม Profhilo

Profhilo เป็นผลิตภัณฑ์ที่มี Hyaluronic Acid ในโครงสร้างเฉพาะตามเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ โดยเน้นแนวทางการดูแลความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และคุณภาพผิว มากกว่าการเติมเต็มเพื่อปรับรูปหน้า แพทย์จะพิจารณาตามสภาพผิว บริเวณ และวัตถุประสงค์ของผู้รับบริการ

โปรแกรม Skin Booster ทำบริเวณใดได้บ้าง?

บริเวณที่สามารถทำโปรแกรม Skin Booster

โปรแกรมนี้สามารถนำมาดูแลผิวได้หลายบริเวณ แพทย์จะประเมินผิว โครงสร้างใต้ผิว ลักษณะปัญหา และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ก่อนวางแผนในแต่ละบริเวณ

บริเวณใบหน้า

เป็นบริเวณที่พบการใช้โปรแกรม Skin Booster ได้บ่อยโดยแพทย์จะประเมินเรื่องความชุ่มชื้น ริ้วรอยขนาดเล็ก ความเรียบเนียน สีผิว และปัญหาเฉพาะตำแหน่ง เช่น แก้ม หน้าผาก หรือแนวกรอบหน้า ก่อนเลือกผลิตภัณฑ์และวิธีการที่เหมาะสม

บริเวณรอบดวงตา

ผิวรอบดวงตามีความบางและมีโครงสร้างเฉพาะ จึงต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับบริเวณนี้ แพทย์จะประเมินก่อนว่าความกังวลเกิดจากความแห้ง ริ้วรอย เม็ดสี เส้นเลือด หรือร่องใต้ตา เนื่องจากแต่ละสาเหตุต้องใช้แนวทางต่างกัน

บริเวณลำคอ

ผู้ที่มีความกังวลเรื่องผิวแห้ง ริ้วรอยขนาดเล็ก หรือคุณภาพผิวบริเวณลำคอ สามารถเข้ารับการประเมินได้ โดยแพทย์จะพิจารณาร่วมกับความหย่อนคล้อย การเคลื่อนไหวของผิว และการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิว

บริเวณอื่นของร่างกาย

โปรแกรม Skin Booster บางประเภทสามารถนำมาพิจารณาเพื่อดูแลผิวบริเวณอื่นของร่างกายได้ เช่น ต้นแขน หน้าท้อง หัวเข่า หรือบริเวณที่มีความกังวลเรื่องผิวแห้ง ริ้วรอยขนาดเล็ก และลักษณะผิวที่ดูไม่เรียบเนียน ทั้งนี้ต้องให้แพทย์ประเมินว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นเหมาะกับบริเวณดังกล่าวหรือไม่

การเตรียมตัวก่อนรับบริการโปรแกรม Skin Booster

  • แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา แพ้ยาชา แพ้ปลา หรือแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
  • แจ้งรายชื่อยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด
  • แจ้งประวัติการทำโปรแกรมฟิลเลอร์ โปรแกรมดูแลกล้ามเนื้อ เลเซอร์ เครื่องมือพลังงาน ร้อยไหม หรือหัตถการอื่นในบริเวณเดียวกัน
  • เลื่อนนัดเมื่อมีไข้ ไม่สบาย มีผื่น แผล การติดเชื้อ หรือสิวอักเสบในบริเวณที่จะรับบริการ
  • หลีกเลี่ยงการแกะ กด หรือทำให้ผิวเกิดแผลก่อนวันนัด
  • งดทดลองผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชนิดใหม่ หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวระคายเคืองในช่วงใกล้วันรับบริการ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารตามปกติก่อนเข้ารับบริการ
  • เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือหัตถการที่เคยทำ หากมีชื่อผลิตภัณฑ์ กล่อง หรือภาพถ่าย ควรนำมาให้แพทย์ประกอบการประเมิน

หลังทำโปรแกรม Skin Booster ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

  • หลีกเลี่ยงการกด นวด เกา หรือสัมผัสบริเวณที่ทำโดยไม่จำเป็น
  • งดแต่งหน้าในวันที่รับบริการ หรือตามคำแนะนำของแพทย์
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ การออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และความร้อนจัดในช่วง 24 – 48 ชั่วโมงแรก
  • งดสครับ กรดผลัดเซลล์ผิว และผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวระคายเคืองในช่วงแรก
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอตามความต้องการของร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงเลเซอร์ และการนวดหน้า จนกว่าแพทย์จะประเมินว่าสามารถทำได้

โปรแกรม Skin Booster ต้องฉีดกี่ครั้งจึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง?

โดยทั่วไปแพทย์วางแผนประมาณ 2 – 3 ครั้ง เว้นระยะ 2 – 4 สัปดาห์ ผู้รับบริการบางรายเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้หลังครั้งแรก ทั้งนี้จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับชนิดผลิตภัณฑ์ สภาพผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

โปรแกรม Skin Booster อยู่ได้นานแค่ไหน?

ระยะเวลาของการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับประเภทของโปรแกรม Skin Booster ที่เลือก โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 3 – 12 เดือน เนื่องจากแต่ละผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบแตกต่างกัน และยังมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาพผิวเดิม บริเวณที่ทำ จำนวนครั้ง อายุ การใช้ชีวิต และการดูแลผิวหลังรับบริการ

ราคาเริ่มต้นของโปรแกรม Skin Booster

ราคาของโปรแกรมนี้ขึ้นอยู่กับชนิดผลิตภัณฑ์ ปริมาณที่ใช้ บริเวณที่รับบริการ และแผนการดูแลที่แพทย์ประเมิน โดยแต่ละโปรแกรมมีราคาแตกต่างกัน

โปรแกรมปริมาณราคาเริ่มต้น
Belotero Revive1 ซีซี16,900 บาท
Rejuran2 ซีซี9,900 บาท
Rejuran HB Plus1 ซีซี9,900 บาท
Chanel Skin Booster3 ซีซี4,890 บาท
Vitaran1 ซีซี9,900 บาท
Melasma X5 ซีซี6,900 บาท
Acne Clear Booster5 ซีซี6,900 บาท
Profhilo2 ซีซี16,900 บาท

รีวิวก่อน – หลังทำโปรแกรม Skin Booster

ตัวอย่างเลย์เอาต์ — รอภาพก่อน–หลังจริงจากคลินิก (4:5, 800×1000 px)

ตัวอย่างผลลัพธ์ Program Skin Booster
ก่อนทำหลังทำ
ตัวอย่างผลลัพธ์ Program Skin Booster
ก่อนทำหลังทำ
ตัวอย่างผลลัพธ์ Program Skin Booster
ก่อนทำหลังทำ
ตัวอย่างผลลัพธ์ Program Skin Booster
ก่อนทำหลังทำ
ตัวอย่างผลลัพธ์ Program Skin Booster
ก่อนทำหลังทำ
ตัวอย่างผลลัพธ์ Program Skin Booster
ก่อนทำหลังทำ
ดูรีวิวเพิ่มเติม →

แนวทางการให้บริการโปรแกรม Skin Booster ที่ OPPA SKIN CLINIC

ที่ OPPA SKIN CLINIC การวางแผนโปรแกรม Skin Booster เริ่มจากการประเมินสภาพผิวและความกังวลของผู้รับบริการแต่ละราย เนื่องจากผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีส่วนประกอบ คุณสมบัติ และแนวทางการใช้งานแตกต่างกัน

  • ประเมินสภาพผิวโดยแพทย์ เพื่อวิเคราะห์ความแห้ง ริ้วรอย ลักษณะผิว สีผิว และปัญหาเฉพาะบริเวณ
  • ซักประวัติสุขภาพและหัตถการเดิม รวมถึงโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ประวัติแพ้ยา และโปรแกรมที่เคยทำ
  • เลือกผลิตภัณฑ์ตามความเหมาะสม โดยพิจารณาจากส่วนประกอบ คุณสมบัติ บริเวณ และวัตถุประสงค์ในการดูแล
  • อธิบายแผนการรับบริการก่อนทำ ครอบคลุมจำนวนครั้ง ระยะห่าง ค่าใช้จ่าย ข้อจำกัด และสิ่งที่สามารถพบหลังรับบริการ
  • ติดตามการเปลี่ยนแปลงตามแผน เพื่อประเมินสภาพผิวและพิจารณาความเหมาะสมของการดูแลครั้งต่อไป

สรุปโปรแกรม Skin Booster

โปรแกรม Skin Booster เป็นโปรแกรมที่ดูแลคุณภาพผิว โดยผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีส่วนประกอบ คุณสมบัติ และแนวทางการใช้งานแตกต่างกัน เช่น กลุ่ม Hyaluronic Acid กลุ่ม Polynucleotide และโปรแกรมสำหรับดูแลความกังวลเฉพาะด้านของผิว ก่อนเลือกโปรแกรมแพทย์จะประเมินสภาพผิว วิเคราะห์สาเหตุของความกังวล ตรวจบริเวณที่ต้องการดูแล รวมถึงซักประวัติสุขภาพและหัตถการที่เคยได้รับ เพื่อวางแผนให้เหมาะสมกับผู้รับบริการแต่ละราย ทั้งนี้จำนวนครั้ง ระยะติดตาม และการเปลี่ยนแปลงหลังรับบริการขึ้นอยู่กับชนิดผลิตภัณฑ์ สภาพผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล ที่ OPPA SKIN CLINIC มีตัวเลือกตั้งแต่ Belotero Revive, Rejuran, Rejuran HB Plus, Chanel Skin Booster, Vitaran, Melasma X, Acne Clear Booster และ Profhilo

คำถามที่พบบ่อย

โปรแกรม Skin Booster เจ็บไหม?

ระดับความรู้สึกระหว่างทำขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง วิธีการ และความไวต่อความรู้สึกของแต่ละบุคคล โดยคลินิกมีบริการแปะยาชาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และใช้การประคบเย็นระหว่างทำเพื่อช่วยลดความไม่สบายผิว สำหรับ Rejuran HB Plus มีส่วนประกอบของ Polynucleotide, Hyaluronic Acid และ Lidocaine จึงมีองค์ประกอบแตกต่างจาก Rejuran รุ่นหลัก ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชาหรือเคยมีอาการผิดปกติหลังใช้ยาชา ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับบริการทุกครั้ง

โปรแกรม Skin Booster กับการทาครีมต่างกันอย่างไร?

การทาครีมเป็นการดูแลผิวจากภายนอก เหมาะสำหรับใช้เป็นประจำเพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว และดูแลปัญหาผิวตามส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ส่วนโปรแกรม Skin Booster เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่นำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ชั้นผิวตามตำแหน่งที่แพทย์ประเมิน

โปรแกรม Skin Booster มีข้อจำกัดหรือความเสี่ยงอะไรบ้าง?

หลังรับบริการสามารถพบรอยเข็ม รอยแดง บวม กดเจ็บ รอยช้ำ หรือตุ่มนูนบริเวณที่ทำได้ โดยมักค่อย ๆ ลดลงตามการตอบสนองของผิว นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่อการแพ้ การอักเสบ การติดเชื้อ หรือการเกิดก้อนใต้ผิว ภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดเข้าสู่หลอดเลือดพบได้น้อย แต่มีความรุนแรงและต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน หากมีอาการปวดมากผิดปกติ ผิวซีดหรือเปลี่ยนสี หรือการมองเห็นผิดปกติ ควรติดต่อแพทย์ทันที

หลังรับบริการแต่งหน้าได้เมื่อไร?

โดยทั่วไปแนะนำให้งดแต่งหน้าในวันที่รับบริการประมาณ 12 – 24 ชั่วโมง เพื่อลดการสัมผัสสิ่งสกปรกบริเวณผิว หากยังมีรอยแดง บวม หรือระคายเคือง ควรรอให้ผิวกลับสู่ภาวะปกติก่อน

ผู้ที่มีสิวหรือฝ้าสามารถทำโปรแกรม Skin Booster ได้ไหม?

สามารถเข้ารับการประเมินได้ โดยที่ OPPA SKIN CLINIC มี โปรแกรม Acne Clear Booster สำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องสิว ความมัน และรอยสิว ส่วนผู้ที่มีฝ้า จุดด่างดำ หรือสีผิวดูไม่สม่ำเสมอ สามารถเข้ารับการประเมิน โปรแกรม Melasma X ได้ หากมีสิวอักเสบ แผลเปิด หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ แพทย์จะพิจารณาควบคุมการอักเสบก่อน ส่วนปัญหาฝ้าต้องประเมินชนิดของเม็ดสีและปัจจัยกระตุ้นร่วมด้วย เนื่องจากทั้งสองโปรแกรมเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลผิว และไม่ได้ทดแทนการรักษาที่ตรงกับสาเหตุในทุกกรณี

โปรแกรม Skin Booster ทำร่วมกับเลเซอร์ได้หรือไม่?

สามารถวางแผนทำร่วมกับเลเซอร์ได้ในบางกรณี แต่ควรให้แพทย์ประเมินชนิดของเลเซอร์ ระดับพลังงาน สภาพผิว และโปรแกรม Skin Booster ที่เลือกก่อน เพื่อกำหนดลำดับและระยะห่างให้เหมาะสม

ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรรับบริการได้หรือไม่?

โดยทั่วไปแพทย์แนะนำให้ ชะลอโปรแกรม Skin Booster ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร เนื่องจากข้อมูลด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ชนิดฉีดในกลุ่มนี้ยังไม่เพียงพอ แม้ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดจะมีส่วนประกอบแตกต่างกันก็ตาม ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับบริการทุกครั้ง

บรรยากาศภายใน OPPA SKIN CLINIC
Shape of Beauty

Be The Best Version Of Yourself

Talk with our doctor before deciding, so we can understand your concerns and recommend an approach suited to you.