เมื่อเริ่มสังเกตว่าแก้มของตัวเองดูหย่อนหรือห้อยลง เมื่อส่องกระจกตอนก้มหน้าหรือเห็นได้ชัดในรูปถ่ายเซลฟี่มุมต่ำ ความเปลี่ยนแปลงนี้มักถูกเรียกรวม ๆ ว่า แก้มย้อยหรือแก้มห้อย และหลายคนเข้าใจไปเองว่าเป็นเรื่องของอายุที่มากขึ้นเพียงอย่างเดียว จึงคิดว่าไม่มีทางแก้ไขได้นอกจากปล่อยผ่านไปตามวัย เเต่จริง ๆ เเล้วแก้มย้อยเกิดจากหลายปัจจัยทั้งการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว การเคลื่อนตัวของชั้นไขมันใต้ผิวหนัง โครงสร้างใบหน้า ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ดังนั้นหากต้องการดูแลหรือแก้แก้มย้อยให้เหมาะสม สิ่งสำคัญไม่ใช่การเลือกเครื่องหรือโปรแกรมก่อน แต่ควรเริ่มจากการหาว่า “ชั้นไหนของใบหน้าเป็นสาเหตุหลัก” เพื่อเลือกแนวทางที่สอดคล้องกับปัญหาของแต่ละคน
แก้มย้อย แก้มห้อย คืออะไร?
แก้มย้อย หรือแก้มห้อย เป็นคำเรียกลักษณะที่ผิวและเนื้อเยื่อบริเวณแก้มดูหย่อนลง ทำให้แนวแก้มและกรอบหน้าเปลี่ยนไป อาจเห็นเนื้อบริเวณข้างมุมปากหรือแนวกรามชัดขึ้น โดยเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างหลายชั้น ทั้งผิว ไขมัน พังผืดและเอ็นยึดเนื้อเยื่อ รวมถึงกระดูกใบหน้า ไม่ได้เกิดจากการลดลงของคอลลาเจนในผิวเพียงอย่างเดียว
แก้มย้อยมีลักษณะอย่างไร?
ลักษณะของแก้มย้อยที่พบได้บ่อย คือเนื้อแก้มบริเวณกลางและส่วนล่างของใบหน้าดูเคลื่อนต่ำลงจากตำแหน่งเดิม ทำให้แนวกรามที่เคยเรียบต่อเนื่องเริ่มไม่ชัด และอาจเห็นเป็นกระเปาะหรือส่วนนูนเล็ก ๆ บริเวณข้างมุมปากไปจนถึงแนวกราม โดยบางคนจะสังเกตเห็นได้ชัดขึ้นเวลามองจากด้านข้าง ขณะพูด หรือเมื่อมีการขยับกล้ามเนื้อใบหน้า ซึ่งแก้มย้อยอาจพบร่วมกับร่องแก้ม (Nasolabial Fold) ที่ดูชัดขึ้น ร่องข้างปากเด่นขึ้นและผิวบริเวณแก้มดูหลวมหรือขาดความแน่นกระชับมากกว่าบริเวณอื่น ลักษณะเหล่านี้อาจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งความหย่อนของผิว การเปลี่ยนตำแหน่งของชั้นไขมัน และการสูญเสีย Volume บริเวณกลางใบหน้า
แก้มย้อยกับแก้มเยอะต่างกันอย่างไร?
หลายคนสับสนระหว่างแก้มย้อยกับแก้มเยอะ เพราะอาจเห็นความเต็มบริเวณแก้มคล้ายกัน แต่แก้มย้อยเน้นเรื่องความหย่อนและตำแหน่งของเนื้อเยื่อ ส่วนแก้มเยอะเน้นเรื่องปริมาตรหรือความเต็มของแก้ม โดยมีข้อแตกต่างเบื้องต้นดังนี้
| ลักษณะ | แก้มย้อย | แก้มเยอะ |
|---|---|---|
| ปัจจัยหลัก | การเปลี่ยนแปลงของผิว เนื้อเยื่อพยุง ไขมัน และโครงสร้างใบหน้า | ปริมาตรไขมันและเนื้อเยื่อ ร่วมกับสัดส่วนใบหน้าของแต่ละคน |
| ลักษณะที่พบ | เนื้อแก้มดูหย่อนลง อาจมีกระเปาะบริเวณแนวกราม แม้บางส่วนของใบหน้าจะมีปริมาตรลดลง | แก้มดูเต็มหรือมีปริมาตรมาก โดยไม่จำเป็นต้องมีความหย่อนคล้อย |
| ช่วงวัยที่มักสังเกต | มักเห็นชัดขึ้นตามวัย แต่พบในผู้ที่อายุยังไม่มากได้ | พบได้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว |
| ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง | อายุ พันธุกรรม แสงแดด การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก และโครงสร้างใบหน้า | พันธุกรรม โครงสร้างใบหน้า และการกระจายไขมัน |
| แนวทางที่แพทย์พิจารณา | ประเมินความหย่อนร่วมกับบริเวณที่สูญเสียปริมาตร ก่อนเลือกวิธีดูแล | ประเมินว่าความเต็มเกิดจากเนื้อเยื่อใด และจำเป็นต้องดูแลหรือไม่ |
แก้มย้อย แก้มห้อยเกิดจากอะไร?

แก้มย้อยเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ใช่ปัญหาจากผิวชั้นเดียว การตรวจใบหน้าจึงควรพิจารณาตั้งแต่คุณภาพผิว ปริมาณและตำแหน่งไขมัน ไปจนถึง Volume และโครงสร้างกระดูก
การสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน
คอลลาเจนและอีลาสตินเป็นโปรตีนสำคัญที่ทำหน้าที่เสมือนโครงข่ายรองรับผิวหนัง ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและกระชับอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินได้น้อยลงตามธรรมชาติ โดยทั่วไปเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงอายุ 25 ปีเป็นต้นไป และลดลงเร็วขึ้นหลังวัย 30-40 ปี เมื่อโครงข่ายที่ยึดผิวอ่อนแอลง ผิวหนังบริเวณแก้มจึงเริ่มหย่อนคล้อยและห้อยลงตามแรงโน้มถ่วง
ชั้นไขมันบนใบหน้าเปลี่ยนตำแหน่ง
ไขมันบนใบหน้าแบ่งเป็นหลายส่วน ทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ไขมันแต่ละส่วนอาจเปลี่ยนแปลงทั้งด้านปริมาตรและตำแหน่งไม่เท่ากัน ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อที่ช่วยรองรับ จึงอาจเห็นแก้มส่วนบนดูตอบลง ขณะที่บางบริเวณของใบหน้าส่วนล่างดูเต็มหรือหย่อนมากขึ้น ไม่ใช่การที่ไขมันทั้งหมดจากโหนกแก้มเคลื่อนลงมาสะสมบริเวณกรามเพียงอย่างเดียว
การสูญเสีย Volume และการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้า
นอกจากตำแหน่งของไขมันจะเปลี่ยนไปแล้ว ปริมาตร (volume) ของไขมันและกระดูกใบหน้าบางส่วนก็ลดลงตามอายุเช่นกัน โดยเฉพาะกระดูกโหนกแก้มและกระดูกขากรรไกรที่อาจมีการสลายตัวบางส่วนตามวัย เมื่อโครงสร้างที่เคยรองรับผิวชั้นบนมีปริมาตรลดลง ผิวหนังที่คลุมอยู่ด้านบนจึงขาดตัวรองรับ และหย่อนตัวลงมากขึ้นตามไปด้วย
น้ำหนักขึ้นหรือลดลงมาก
การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นหรือลดลงมาก ล้วนส่งผลต่อความกระชับของผิวบริเวณแก้มได้ทั้งสิ้น หากน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก ผิวหนังจะถูกยืดขยายเพื่อรองรับปริมาตรไขมันที่มากขึ้น และเมื่อลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็วในภายหลัง ผิวที่เคยถูกยืดอาจไม่สามารถหดกลับมากระชับได้ทันเวลา จนเกิดเป็นผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้มและแนวกราม โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากขึ้นซึ่งความยืดหยุ่นของผิวลดลงอยู่แล้ว
แสงแดดและพฤติกรรมที่เร่งการเสื่อมของผิว
การสัมผัสแสงแดดสะสมโดยไม่ป้องกันมีส่วนทำให้ผิวเสื่อมจากรังสีอัลตราไวโอเลต หรือ photoaging ซึ่งเกี่ยวข้องกับริ้วรอยและความยืดหยุ่นของผิวที่ลดลง การสูบบุหรี่เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อการเสื่อมของผิวก่อนวัย จึงควรดูแลเรื่องการป้องกันแสงแดดและหลีกเลี่ยงบุหรี่ร่วมกับแนวทางอื่น การพักผ่อนและดื่มน้ำให้เหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพ แต่ไม่ควรคาดหวังว่าการดื่มน้ำเพิ่มจะยกเนื้อแก้มหรือแก้ความหย่อนของโครงสร้างใบหน้าได้โดยตรง
กรรมพันธุ์และโครงสร้างใบหน้า
พันธุกรรมมีบทบาทสำคัญต่อทั้งความหนาของผิว ปริมาณคอลลาเจนตามธรรมชาติ และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บางคนเริ่มมีแก้มย้อยตั้งแต่อายุยังไม่มาก ขณะที่บางคนในวัยใกล้เคียงกันผิวยังดูกระชับอยู่มาก ปัจจัยนี้อธิบายได้ว่าทำไมแม้จะดูแลผิวและใช้ชีวิตในรูปแบบใกล้เคียงกัน แต่ระยะเวลาที่เริ่มเห็นแก้มย้อยของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน
แก้มย้อยส่งผลต่อรูปหน้าอย่างไร?
เมื่อแก้มเริ่มหย่อนคล้อยและเปลี่ยนตำแหน่ง มักส่งผลต่อภาพรวมของใบหน้าในหลายด้าน ดังนี้
กรอบหน้าไม่ชัด
เมื่อเนื้อแก้มเคลื่อนต่ำลงมาสะสมบริเวณแนวกราม เส้นขอบใบหน้าที่เคยเรียบเนียนจากหูถึงคางจะเริ่มไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมองจากมุมด้านข้างหรือมุมสามส่วนสี่ ทำให้ใบหน้าดูไม่มีเส้นสายที่คมชัดเหมือนเดิม
เกิดกระเปาะแก้ม
ในบางคนเนื้อแก้มที่หย่อนคล้อยอาจสะสมกันเป็นก้อนหรือกระเปาะ บริเวณด้านข้างของแนวกราม ใกล้กับมุมปากหรือใต้แนวกรามด้านล่าง ลักษณะนี้พบได้ชัดเจนขึ้นเมื่อยิ้มหรือพูดคุย และมักทำให้ใบหน้าดูมีเนื้อส่วนเกินในบริเวณที่ไม่ต้องการ
ร่องแก้มและร่องข้างปากชัดขึ้น
การที่ชั้นไขมันบริเวณโหนกแก้มลดปริมาตรลงและเคลื่อนต่ำลง มักทำให้ร่องแก้ม (nasolabial fold) ซึ่งเป็นเส้นที่ลากจากข้างจมูกไปถึงมุมปาก ดูลึกและชัดเจนมากขึ้น รวมถึงร่องบริเวณข้างปากที่ลากลงมาถึงคาง (marionette lines) ก็อาจเด่นชัดขึ้นตามไปด้วย
ภาพรวมใบหน้าดูหย่อนคล้อยขึ้น
เมื่อแนวแก้ม กรอบหน้า และร่องต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป บางคนอาจรู้สึกว่าใบหน้าดูไม่กระชับหรือดูเหนื่อยล้ากว่าเดิม ระดับความเปลี่ยนแปลงและความกังวลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรพูดคุยถึงบริเวณที่ต้องการดูแลและผลที่คาดหวังก่อนเลือกโปรแกรม
แก้แก้มย้อย แก้มหย่อน มีวิธีไหนบ้าง?
แก้มย้อยเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน แนวทางการดูแลจึงควรพิจารณาให้เหมาะสมกับสาเหตุหลักและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคน โดยสามารถแบ่งแนวทางการรักษาได้ดังนี้
การดูแลผิวและปรับพฤติกรรม
การป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ให้เหมาะกับผิว และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เป็นพื้นฐานของการดูแลผิวตามวัย ควบคู่กับการรับประทานอาหารที่หลากหลายและดูแลสุขภาพโดยรวม อย่างไรก็ตาม การดูแลผิวภายนอกไม่สามารถจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อที่หย่อนหรือทดแทนปริมาตรที่ลดลงได้ทั้งหมด จึงควรแยกเป้าหมายเรื่องคุณภาพผิวออกจากการยกกระชับเชิงโครงสร้าง
โปรแกรมเครื่องยกกระชับ

สำหรับผู้ที่เริ่มมีแก้มย้อยชัดเจนขึ้น และต้องการแนวทางที่ช่วยกระตุ้นความกระชับของผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด แพทย์อาจพิจารณาเทคโนโลยีเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวลึก เช่น โปรแกรม Ultraformax ซึ่งใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง (HIFU) ส่งพลังงานไปยังชั้นผิวในระดับที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ และ โปรแกรม XTherma ที่ใช้เทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ช่วยกระตุ้นความกระชับของผิวในอีกรูปแบบหนึ่ง ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าเทคโนโลยีใดเหมาะสมกับระดับความหย่อนคล้อยและสภาพผิวของแต่ละบุคคลมากที่สุด
โปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจน

สารกระตุ้นคอลลาเจน หรือ biostimulator เป็นคำเรียกกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน โดยแต่ละชนิดมีองค์ประกอบ วิธีใช้ และข้อบ่งใช้แตกต่างกัน โปรแกรม Sculptra เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งในกลุ่มนี้ที่มี Poly-L-Lactic Acid หรือ PLLA เป็นองค์ประกอบสำคัญ ในผู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านคุณภาพผิวหรือปริมาตรเนื้อเยื่อร่วมกับความหย่อนคล้อย แพทย์อาจพิจารณาโปรแกรม Biostimulator หรือ Sculptra ของ OPPA SKIN CLINIC ตามผลิตภัณฑ์และเป้าหมายที่เหมาะสม โดยประเมินบริเวณ ปริมาณ และแผนการติดตามเป็นรายบุคคล การตอบสนองเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและแตกต่างกันได้ การกระตุ้นคอลลาเจนไม่ได้หมายถึงการยกกระเปาะแก้มหรือจัดชั้นไขมันกลับตำแหน่งเดิมโดยตรง และไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาตรให้ทุกคนที่มีแก้มย้อย โดยเฉพาะบริเวณที่มีความเต็มอยู่แล้ว แพทย์ต้องพิจารณาผลต่อสัดส่วนใบหน้าร่วมด้วย
ก่อนเลือกวิธีดูแลแก้มย้อย แพทย์ประเมินอะไรบ้าง?
เนื่องจากแก้มย้อยแต่ละคนมีสาเหตุและระดับความหย่อนคล้อยไม่เหมือนกัน ก่อนแนะนำแนวทางดูแลใด ๆ แพทย์จึงต้องตรวจประเมินใบหน้าอย่างละเอียดเป็นรายบุคคลก่อนเสมอ โดยประเด็นที่มักพิจารณามีดังนี้
- ระดับความหย่อนคล้อยของผิว : ประเมินว่าผิวบริเวณแก้มหย่อนคล้อยมากน้อยเพียงใด และยังมีความยืดหยุ่นหลงเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน เพื่อกำหนดว่าควรเน้นกระตุ้นความกระชับด้วยวิธีใด
- ตำแหน่งและปริมาตรของไขมันบนใบหน้า : ตรวจดูว่าไขมันเคลื่อนตำแหน่งไปมากน้อยเพียงใด และมีบริเวณใดที่สูญเสีย volume จนทำให้ผิวขาดตัวรองรับ
- โครงสร้างกระดูกใบหน้าและแนวกราม : ประเมินโครงสร้างกระดูกโหนกแก้มและขากรรไกร ซึ่งมีผลต่อทิศทางที่เนื้อแก้มจะหย่อนคล้อยลงมาในแต่ละบุคคล
- คุณภาพผิว : ผิวที่มีความหนาและความยืดหยุ่นต่างกัน มักตอบสนองต่อแนวทางดูแลแต่ละแบบได้ไม่เท่ากัน แพทย์จึงต้องประเมินสภาพผิวจริงก่อนเลือกวิธี
- อายุ ไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง : เช่น การสัมผัสแสงแดด การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักตัวที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเร่งที่ควรได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมควบคู่กับการดูแลหลัก
- ประวัติสุขภาพและข้อห้ามทางการแพทย์ : เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้ารับบริการ แพทย์จะซักประวัติโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และประวัติแพ้ยาหรือสารต่าง ๆ ก่อนพิจารณาแนวทางดูแลทุกครั้ง
- ประวัติหัตถการเดิม : เช่น ฟิลเลอร์ สารกระตุ้นคอลลาเจน ร้อยไหม เครื่องยกกระชับ หรือการผ่าตัด รวมถึงผลิตภัณฑ์ บริเวณ และช่วงเวลาที่ทำ หากมีข้อมูลควรนำมาแจ้งแพทย์
- เป้าหมายและความคาดหวัง : พูดคุยว่ากังวลเรื่องกระเปาะแก้ม กรอบหน้า ร่องลึก หรือความตอบเป็นหลัก เพื่อกำหนดเป้าหมายที่สอดคล้องกับข้อจำกัดของแต่ละวิธี
ทำไมควรเลือกดูแลปัญหาแก้มย้อย แก้มห้อยที่ OPPA SKIN CLINIC?
ที่ OPPA SKIN CLINIC เราวางแผนดูแลแก้มย้อยจากทั้งลักษณะเนื้อเยื่อและสิ่งที่ผู้รับบริการต้องการปรับ เพราะคนที่กังวลเรื่องกรอบหน้าไม่ชัดอาจมีปัจจัยต่างจากคนที่มีแก้มตอบร่วมกับความหย่อนคล้อย การประเมินจึงช่วยกำหนดว่าแต่ละคนควรเน้นดูแลเรื่องใดก่อน หากความหย่อนคล้อยของผิวเป็นปัจจัยหลัก แพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมของโปรแกรม Ultraformax หรือ Xtherma ส่วนผู้ที่มีปัญหาด้านคุณภาพผิวหรือสูญเสียปริมาตรร่วมด้วย อาจพิจารณาโปรแกรม Biostimulator หรือ Sculptra ตามข้อบ่งใช้และลักษณะปัญหา โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องและสารฉีดร่วมกันทุกคน ในรายที่มีหลายปัจจัย แพทย์จะอธิบายเป้าหมายและลำดับการดูแล พร้อมให้ข้อมูลข้อจำกัด ผลข้างเคียง และการดูแลหลังทำ เพื่อให้ผู้รับบริการเข้าใจแผนก่อนตัดสินใจ หากปัญหาเกินขอบเขตที่แนวทางดังกล่าวจะตอบโจทย์ได้ แพทย์อาจแนะนำการประเมินเพิ่มเติม ผู้ที่กังวลเรื่องแก้มย้อย แก้มห้อย หรือกระเปาะแก้ม สามารถเข้ารับคำปรึกษาที่ OPPA SKIN CLINIC เพื่อประเมินสาเหตุและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพใบหน้าและเป้าหมายของตนเอง โดยผลลัพธ์และระยะเวลาที่เห็นการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
สรุปเกี่ยวกับแก้มย้อย
แก้มย้อย แก้มห้อย เกิดจากปัจจัยที่หลากหลายร่วมกัน ทั้งการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน การเปลี่ยนตำแหน่งของชั้นไขมันใต้ผิวหนัง การสูญเสีย volume และโครงสร้างใบหน้า น้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลงมาก แสงแดดและพฤติกรรมที่เร่งการเสื่อมของผิว รวมถึงพันธุกรรมของแต่ละบุคคล จึงไม่มีวิธีแก้แก้มย้อยแบบเดียวที่ใช้ได้ผลกับทุกคน การดูแลผิวและปรับพฤติกรรมเป็นจุดเริ่มต้นพื้นฐานที่ช่วยชะลอการเสื่อมของผิว แต่สำหรับผู้ที่มีแก้มย้อยชัดเจนแล้ว การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุที่แท้จริงก่อนตัดสินใจดูแล จะช่วยให้เลือกแนวทางที่เหมาะสมและตรงจุดมากกว่าการดูแลด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย
แก้มย้อยสามารถกลับมากระชับเองได้ไหม?
โดยทั่วไปแก้มย้อยที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจน อีลาสติน และการเปลี่ยนตำแหน่งของชั้นไขมันตามวัย มักไม่สามารถกลับมากระชับได้เองอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากเป็นกระบวนการเสื่อมสภาพของโครงสร้างผิวที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง การดูแลผิวและปรับพฤติกรรม เช่น ป้องกันแสงแดดและดื่มน้ำให้เพียงพอ อาจช่วยชะลอการหย่อนคล้อยเพิ่มเติมได้ในระดับหนึ่ง แต่หากแก้มย้อยชัดเจนแล้ว มักต้องอาศัยการดูแลทางการแพทย์เพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนหรือปรับความกระชับของผิวให้ดีขึ้น
ออกกำลังกายใบหน้าช่วยลดแก้มห้อยได้หรือไม่?
การออกกำลังกายใบหน้า (face yoga) เป็นแนวทางที่มีผู้สนใจอยู่บ้าง โดยแนวคิดคือการฝึกกล้ามเนื้อใบหน้าเพื่อเสริมความกระชับ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังมีข้อมูลทางการแพทย์ที่ยืนยันประสิทธิภาพของวิธีนี้ต่อการลดแก้มห้อยอย่างชัดเจนค่อนข้างจำกัด เนื่องจากแก้มย้อยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับผิวหนังชั้นตื้นและชั้นไขมันมากกว่ากล้ามเนื้อโดยตรง ผู้ที่ต้องการดูแลแก้มย้อยอย่างตรงจุดจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและแนวทางที่เหมาะสมเพิ่มเติม
แก้มย้อยทำให้หน้าดูแก่ขึ้นจริงไหม?
แก้มย้อยอาจทำให้แนวกราม ร่องแก้ม และสัดส่วนใบหน้าดูเปลี่ยนไป จนบางคนรู้สึกว่าใบหน้าดูมีอายุมากขึ้น แต่การรับรู้แตกต่างกันในแต่ละคน และไม่สามารถใช้ลักษณะแก้มเพียงอย่างเดียวตัดสินอายุหรือสุขภาพได้ การดูแลควรเริ่มจากบริเวณที่เจ้าตัวกังวลและเป้าหมายที่ต้องการปรับ
กลับไปหน้าบทความ